“แซกซอน” ผู้เปิดตำนาน “The Legend of OCHI”
M Studio เปิดตำนาน “The Legend of OCHI – โอชิ อสูรขี้อ้อน พา ‘น้อน’ กลับบ้าน” โดยผู้สร้าง “ไอเซยาห์ แซกซอน” เชิญพบตำนานเหนือจินตนาการที่จะเชื่อมสายใยของสองเผ่าพันธ์ด้วยผลงานภาพยนตร์แนวผจญภัย แฟนตาซี ครอบครัวเรื่องแรกของค่ายหนังคุณภาพอย่าง “A24” ที่อยากให้ลองสัมผัส

กับเรื่องราวในหมู่บ้านที่ห่างไกลบนเกาะคาร์เพเธีย กลางทะเลดำ มีเด็กสาวบ้านนาขี้อายชื่อ ยูริ (เฮเลน่า เซงเกิล) เธอถูกเลี้ยงดูมาให้กลัวสัตว์ลึกลับที่รู้จักกันในชื่อ โอชิ แต่เมื่อยูริค้นพบว่าลูกโอชิที่บาดเจ็บตัวนึงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เธอจึงหนีออกจากบ้าน ไปผจญภัยครั้งใหญ่ในชีวิตเพื่อส่งมันกลับบ้าน

ต้นกำเนิดของโอชิ
หลังจากที่ผู้สร้างหนัง “ไอเซยาห์ แซกซอน” เรียนจบมหาวิทยาลัยได้ไม่นาน เขาก็ต้องถูกปฏิเสธในฐานะศิลปิน เพราะหนังสั้นที่เขาทำเป็นวิทยานิพนธ์ไม่ผ่านการคัดเลือกเข้าประกวดที่ซันแดนซ์ ด้วยความผิดหวัง เขาจึงหนีไปหาโลกแห่งความเป็นจริงในซานฟรานซิสโก ช่วงอายุ 21 ที่เขากำลังบริหารร้านวิดีโอในนอร์ธบีช เขาไปพบกล่องชุดผลงานของผู้กำกับหลายคน แล้วเขาก็เริ่มดูมิวสิกวิดีโอของสไปค์ จอนซ์, มิเชล กอนดรี และคริส คันนิ่งแฮมซ้ำหลายรอบ มันเป็นผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สำหรับนักดนตรีอย่าง
แซกซอนเล่าว่า “การได้ดูผลงานของพวกเขาช่วยสร้างเส้นทางใหม่ให้กับผม ทำให้ผมมองข้ามเรื่องที่หนังสั้นของผมไม่ได้รับคัดเลือกในซันแดนซ์ไปได้ ผมจะไปทำมิวสิกวิดีโอ”
สำหรับคนดูโดยทั่วไป งานของจอนซ์ กอนดรีและคันนิ่งแฮมอาจดูแปลกและไม่สมจริง แต่สำหรับแซกซอน มันดูน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง “ตอนอยู่มหา’ลัย ผมลงเรียนวิชาเทคนิคพิเศษ การวาดภาพและประติมากรรม ผมจึงพัฒนาแนวทางการสร้างภาพและงานประติมากรรมในการสร้างหนัง” แซกซอนศึกษางานฝีมือที่มหาวิทยาลัย Academy of Art (สอนศิลปะ) ในซานฟรานซิสโก เขาบอกว่าการสร้างหนังไม่ได้มีแค่การเขียนบทสนทนาและถ่ายนักแสดง แต่เกี่ยวกับการวาดภาพและจินตนาการถึงตัวละครในโลกที่ถูกออกแบบขึ้น จากนั้นก็ปั้นพวกเขาขึ้นมา โดยอาจจะสร้างอุปกรณ์เทียมเพื่อเพิ่มความสมจริง แล้วคิดหาวิธีที่จะทำให้สำเร็จโดยไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้เทคนิคมากมาย



แซกซอนได้สร้างมิวสิกวิดีโอที่ตื่นตาตื่นใจและชวนหัวหมุนให้ศิลปินอย่างกริซลี่แบร์ และบียอร์ก รวมถึงผลิตหนังสั้นทาง Encyclopedia Pictura เป็นบริษัทโปรดักชั่นที่เขาร่วมก่อตั้งและเคยดำเนินการในชุมชนที่เขาช่วยสร้างขึ้นบนภูเขาซานตาครูซ แต่ในภาพยนตร์เรื่องแรกของเขาที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการน่าตื่นตาตื่นใจอย่าง “The Legend of Ochi” ทำให้เขาได้แสดงความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์แบบเด็กได้อย่างเต็มที่ รวมถึงแนวทางที่เป็นรูปธรรมและหลากหลายในการสร้างโลก ความคิดริเริ่มของหนังเรื่องนี้มาจากความสนใจของเขาที่จะสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับคนอื่น ๆ เป็นการขยายภาพต่อจากหนังที่เขารักเช่นเรื่องอีทีและ My Neighbor Totoro และผลงานที่เข้มข้นกว่าอย่างหนังดราม่าของKen Loach เรื่อง Kes ซึ่งเป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างเด็กชายกับเหยี่ยว และหนังเรื่อง The Black Stallion ในปี 1979 แซกซอนชื่นชมผลงานเรื่องหลังนี้เพราะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวของมนุษย์กับสัตว์ที่มีความผูกพันกันได้อย่างน่าทึ่งและสามารถสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องใช้ภาษา”
ชมตัวอย่างความน่ารัก

