ความน่ารักของ #GROGU ใน “The Mandalorian”
“The Mandalorian” ที่มาไกลถึงซีซัน 3 อีกทั้งต่อยอดทะยานขึ้นสู่จอยักษ์จากจักรวาลสตาร์ วอร์ส ในชื่อ “Star Wars: The Mandalorian and Grogu (แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู)” โดยเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากซีรีส์ระดับตำนาน ที่นำแสดงโดย เปโดร ปาสคาล และผู้กำกับ จอน แฟฟโรว์ Jon Favreau (ผู้กำกับ Iron Man) ก็คิดว่าในส่วนของภาพยนตร์รายได้น่าจะทำเงินเป็นอันดับ 1 ไม่ยาก เพราะขนาดซีรีส์ยังได้รับการชื่นชมชื่นชอบจนทำถึงซีซัน 3 พร้อมปิดฉากจักรวาลอย่างงดงามและน่ารัก แถมติด #GROGU หลายประเทศด้วย
กลับมาที่แฟรนไชส์ The Mandalorian สร้างสรรค์โดย จอน แฟฟโรว์ Jon Favreau ที่ร่วมกับ Dave Filoni โดยมีนักแสดงนำหลัก ได้แก่ Pedro Pascal เปโดร ปาสคาล (Din Djarin), Katee Sackhoff (Bo-Katan) และทีมนักแสดงสมทบชื่อดังอีกมากมายในแต่ละซีซัน โดยทีมสร้างหลัก Jon Favreau: ผู้สร้าง (Creator), ผู้เขียนบทหลัก และผู้อำนวยการสร้าง Dave Filoni: ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร (Executive Producer) และผู้กำกับ Kathleen Kennedy: ประธาน Lucasfilm และผู้อำนวยการสร้าง Rick Famuyiwa: ผู้กำกับหลักและผู้อำนวยการสร้าง Ludwig Göransson: ผู้ประพันธ์ดนตรีประกอบอันโด่งดัง
และนักแสดงหลัก Pedro Pascal รับบทเป็น Din Djarin / The Mandalorian (นักล่าเงินรางวัลชาวแมนดาโลเรียน), Katee Sackhoff รับบทเป็น Bo-Katan Kryze (ผู้นำแห่งแมนดาโลร์ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในซีซันหลัง), Carl Weathers รับบทเป็น Greef Karga (หัวหน้าสมาคมนักล่าเงินรางวัลผู้เป็นสหายของแมนโด), Giancarlo Esposito รับบทเป็น Moff Gideon (ตัวร้ายหลักของเรื่อง), Emily Swallow รับบทเป็น The Armorer (ช่างตีเหล็กผู้ยึดมั่นในวิถีแห่งแมนดาโลเรียน)
ที่สำคัญเป็นจุดขายของทั้ง 3 ซีซัน คือตัวละคร Grogu (Baby Yoda) ที่ใช้เทคนิคหุ่นยนต์ Animatronics และ CGI ขั้นสูงโดยทีมนักเชิดหุ่น ซึ่งเป็นความประสงค์ของจอน แฟฟโรว์จนเจ้าหนู Grogu กลายเป็นที่หลงรักของจอร์จ ลูคัสเช่นกัน
จากที่แรก ๆ ต้องดูตามคนที่บ้าน ส่วนตัวดูบ้างหลับบ้าง แต่พอตั้งใจดูและได้สบตากับเจ้าหนู Grogu เท่านั้นแหละ โดนตกไม่รู้ตัวเลย แถมลุ้นตลอดให้เจ้าหนูออกมาเร็ว ๆ ทนความน่ารักและมือสั้น ๆ เวลาชูขึ้นเพื่อให้พลังสถิตในการโจมตีตัวร้ายเพื่อช่วย Din Djarin ไม่ใช่ว่าพระเอกไม่เท่ภายใต้หมวกตามที่จอน แฟฟโรว์ต้องการ ยอมรับว่าเป็นซีรีส์ของตัวละครสวมหมวกที่ทำออกมาไม่อึดอัดและไม่รู้สึกอยากให้พวกเขาถอดหมวก(ไม่ใช่กลัวถอดแล้วไม่หล่อนะ) แต่เข้าใจ ‘วิถีของเรา’ หรือวิถีของชาวแมนดาลอเรี่ยนที่มีกฎห้ามถอดหมวกให้ผู้อื่นเห็น


แต่ในซีซันหนึ่งที่เจ้าหุ่นนักฆ่าที่แปรพักตร์มาช่วยพวกพระเอกหนีจากกลุ่มจักรวรรดิ ฉากที่พระเอกเสียท่าจนบาดเจ็บแต่เจ้าหุ่นนักฆ่าขอถอดหมวกเพื่อฉีดยาชา เพื่อพระเอกจะได้พาตัวเองหนีรอดได้ แต่ก่อนจะได้ถอดหมวกพระเอกก็ขู่ว่าจะยิงพร้อมบอกว่าไม่เคยถอดหมวกให้สิ่งมีชีวิตเห็น แต่เจอเจ้าหุ่นนักฆ่าย้อนให้ว่า “ผมเป็นหุ่นไม่มีชีวิต” เลยได้เห็นหน้าของเปโดร ปาสคาลเป็นครั้งแรกก็เยินจากผ่านการต่อสู้จนบาดเจ็บ ก็ถือเป็นฉากที่มีเหตุผลของการถอดหมวกออก จึงขอยกนิ้วให้คนเขียนบท จริง ๆ ต้องทั้งปรบมือและยกนิ้วให้คนเขียนบททั้ง 3 ซีซันที่สร้างออกมาไม่มีหน้าเบื่อสักซีซัน คือเปิดตอน 1 ดูก็อยากดูให้ครบ 8 ตอนในแต่ะละซีซัน ทว่าซีซันที่ 3 มี 9 ตอนอย่าลืมดูเพราะเปิดเบื้องหลังการทำงานที่กว่าจะก้าวสู่ความสำเร็จของซีรีส์ The Mandalorian พร้อมความน่ารักของเจ้าหนู Grogu ดีถึงดีมาก ๆ ที่จอน แฟฟโรว์ไม่เลือกสร้างเจ้าหนูออกมาฉบับเอฟเฟกต์ เพราะไม่เช่นนั้นจะพาไปเดินพรมแดงในเมืองคานส์ปีนี้ได้ยังไง นอกจากนี้ยังได้เดินสายให้สัมภาษณ์จากหลายสื่อต่างประเทศ ขนาดพิธีกรยังตื่นเต้นเมื่อได้เจอเจ้าหนู Grogu ที่มานั่งให้สัมภาษณ์ตรงหน้า นี่ถ้าเราได้เจอน้องตัวจริงแม้รู้ว่าน้องไม่มีชีวิตแต่ถูกสร้างได้อย่างน่าทึ่งเห็นความน่ารักที่ต้องจดจำ
ขนาดดูซีรีส์จบทั้ง 3 ซีซันแล้ว ทว่าก็มีฉากที่อยู่ในความทรงจำและประทับใจมากที่สุดคือฉากที่เจไดมาช่วยและขอรับตัวเจ้าหนู Grogu ไปฝึกให้แข็งแกร่งเพราะไม่งั้นพอเจ้าหนูใช้พลังทีไรหมดแรงล้มพับทุกที แต่เจ้าหนูจะไปก็ยังมีมารยาทสื่อสารทางจิตกับเจไดให้ขออนุญาต Din Djarin ก่อน ซึ่งฉากนี้พวกเขาสื่อกันผ่านแววตาและภาษากาย และเป็นเหตุผลที่พระเอกยอมถอดหมวกอีกครั้งเพื่อให้เจ้าหนู Grogu ได้เห็นหน้า คราวนี้หล่อเซอ ๆ ไม่สะบักสะบอม แม้จะทราบว่าทั้งเรื่อง เปโดร ปาสคาลให้เสียงพากย์ 100% แต่การแสดงจะเล่นเฉพาะฉากที่ต้องถอดหมวกทว่าในเวลาที่ต้องจากลากับเจ้าหนู Grogu ทั้งสองสบตากันสื่อภาษากาย ทำเราน้ำตาซึมตามกับฉากนั้น ก็แสดงว่าทั้งเปโดร ปาสคาลและเจ้าหนู Grogu สื่ออารมณ์กันออกมาถึงใช่ไหม
นอกจากฉากที่ทั้งสองต้องจากลาแล้วก็มีความประทับใจฉากที่ Din Djarin ทำเสื้อเกราะไปให้เจ้าหนู Grogu อดทนรออยู่นานหากแต่ก็ไม่ได้พบเพราะเหตุผลกลัวเจ้าหนูร้องไห้ตามพระเอกกลับไป ทว่าความผูกพันของทั้งสองเห็นได้ชัดจากฉากที่เจไดมอบเสื้อเกราะให้ Grogu พร้อมบอกว่า Din Djarin นำมาให้ หนำซ้ำให้เจ้าหนูเลือกว่าจะเลือกดาบเจไดหรือเสื้อเกราะ แต่แล้วภาพก็ตัดไปแบบไม่ยืดเยื้อให้คนดูหงุดหงิดเพราะทุกคนน่าจะอยากรู้ว่าน้องเลือกอะไร กระทั่งตัดภาพมาที่ยานลงจอดที่บ้านของคนสร้างยานให้พระเอก ทว่าพระเอกไม่อยู่แม้มันขัดใจนิด ๆ เพราะอยากเห็นพวกเขาเจอกัน แต่แล้วเมื่อ Grogu ได้เจอกับ Din Djarin ในสถานการณ์กำลังหนีศัตรูที่มารุกรานก็ยังเจียดเวลาให้เจ้าหนูได้กระโดดเข้าหาอ้อมกอดพ่อ แล้วพวกเขาได้บอกคิดถึงกัน ถือเป็นฉากที่บีบหัวใจทำเอาน้ำตาแตกซึ่งฉากนี้ดูวน 2 รอบเพราะชอบประทับใจทำถึง ส่วนฉากที่พระเอกตัดใจให้เจ้าหนูไปฝึกวิชากับเจไดดูวน 3 รอบ เพราะชอบเหมือนกัน ซึ่งถือเป็นซีรีส์เรื่องแรกที่ต้องดูวนแต่ละฉากที่ประทับใจและชอบที่สุด
กระทั่งมาถึงซีซันสุดท้ายก็ยังมีฉากที่น่ารักตอน Grogu ได้ขี่หุ่นที่ใบหน้ามาจากหุ่นนักฆ่าที่สละตัวเองเพื่อให้กลุ่มพระเอกหนีรอดจากพวกจักรวรรดิตามฆ่า ทำให้พระเอกประทับใจแถมรู้ใจ Grogu ว่าน่าจะอยากเจอเจ้าหุ่นนักฆ่าอีก และได้เห็น Din Djarin ห่วงใย Grogu จะไม่ยอมให้ขี่เจ้าหุ่นแต่ก็ขัดใจลูกน้อยไม่ได้อีกนั่นแหละ ซึ่งฉากนี้ก็พ่วงความน่ารักเข้าไปเหมือนเดิม คือเวลาทั้งสองอยู่ด้วยกันมักมีความน่ารักมากอยู่ในนั้นเสมอ เป็นภาพพ่อห่วงใยลูกจริง ๆ
อีกฉากประทับใจฉาก Grogu ขี่หุ่นพร้อมฝ่าวงล้อมศัตรูเพื่อไปช่วยพระเอกที่เสียท่าถูกจับในตอนที่ 8 นอกจากนี้ได้เห็นความห่วงใย Grogu ขณะถูกตัวร้ายในชุดแดง 3 มารุมหนึ่งเจ้าหนู Grogu ก็สู้นะ แต่เมื่อ Bo-Katan Kryze (ผู้นำแห่งแมนดาโลร์) มาช่วยพระเอกพร้อมบอกให้รีบไปช่วยลูกเขาก็ไม่รอช้า และพระเอกได้เห็นพลังที่เจ้าหนูฝึกมาช่วยเหลือทั้งพระเอกและ Bo-Katan Kryzeให้รอดจากเปลวเพลิงยักษ์ ก่อนจะมาถึงฉากประทับใจตรงพระเอกรับเจ้าหนู Grogu เป็นลูก สายตาที่เจ้าหนูหันมองพระเอกเหมือนซาบซึ้งใจและได้ชื่อใหม่ว่า “Din Grogu” บุตรของ Din Djarin เป็นการจบอย่างสวยงามทีเดียว ซึ่งฉากนี้ดูว 3 รอบสื่อภาษากันดีซึ้งเลย และแสดงให้เห็นว่าต่อไปนี้เจ้าหนู Grogu ไม่ใช่เด็กเร่ร่อน แต่มีพ่อและครอบครัวของตนเองแล้ว


ถือเป็นการปิดฉากจักรวาลของ “The Mandalorian” ได้น่าประทับใจ และเป็น 3 ซีซันที่ดูสนุกจนไม่อยากให้จบ จริง ๆ ถ้าอยากทำต่อก็ทำได้นะ เพราะความน่ารักของเจ้าหนูที่อ้อนพ่ออย่าง Din Djarin สามารถไปต่อได้ พวกเขาช่วยกันทำงานนักล่าได้ และสามารถช่วยกันต่อสู้กับตัวร้ายที่มาทุกรูปแบบ เพราะแอ็กชันทำถึงทุกตอน รวมถึงนักแสดงในแต่ละซีซันก็รับหน้าที่กันเหมือนกับเกิดในจักรวาลนั้น ๆ อีกทั้งซีรีส์ยังสอดแทรกแง่คิดดี ๆ ในเรื่องความสัมพันธ์ที่มาพร้อมความรัก ความห่วงใยระหว่าง Din Djarin กับ Grogu อย่างเด่นชัด ซึ่งถ้าใครไม่เคยดูซีรีส์จักรวาลชุดนี้ แนะนำให้ดูแล้วจะเหมือนเรา คือโดนเจ้าหนู Grogu ตกจนถอดตัวยาก…

