“SUPERNATURAL” ซีรีส์เหนือธรรมชาติตัดหัวปีศาจเลือดสาดสะใจ

หยิบมาเล่า

“SUPERNATURAL” ซีรีส์เหนือธรรมชาติตัดหัวปีศาจเลือดสาดสะใจ

กลายเป็นติดซีรีส์เรื่อง “SUPERNATURAL” ที่เริ่มฉายตั้งแต่ปี 2005 จนปัจจุบันนี้มีถึง 15 ซีซันแล้ว ถือเป็นซีซันที่ยาวที่สุดตั้งแต่เคยดูมา โดยแต่ละซีซันมีถึง 20 กว่าตอนจบ แล้วลองคูณดูว่าดูถึง 15 ซีซันก็สามร้อยกว่าตอน ต้องยกนิ้วให้คนเขียนบทที่ขยันเขียน ขยันแตกยอดตัวละครตัวโน้นตัวนี้ออกมาจากที่มีตัวเอกหลัก สองคนพี่น้องปราบปีศาจยันลูซิเฟอร์ อย่าง ดีน วินเชสเตอร์ รับบทโดย เจนเซน แอคเคิลส์ (Jensen Ross Ackles) และ แซม วินเชสเตอร์ รับบทโดย จาเร็ด พาดาเลคกี้ (Jared Tristan Padalecki) แต่ตัวที่หลงและลุ้นให้ออกทุกซีซันคือ แคสเทียล รับบทโดย มิช่า คอลลินส์ (Misha Collins)  แต่ผลงานของทั้งสามยังไม่จบ ได้รวมพลังปราบวายร้ายกันต่อใน The Boys สตรีมที่ Prime Video ที่เดียว

SUPERNATURAL อย่างที่เกริ่นตอนแรกว่าเป็นซีรีส์ที่ยาวมาก(ก หลายตัว) แล้วคำว่า SUPERNATURAL แปลว่า เรื่องเหนือธรรมชาติ มันก็เหนือธรรมชาติจริง ๆ เพราะทุกตอนและทุกซีซันฆ่าปีศาจเลือดสาดใส่หน้าใส่ตัวเปื้อนเลอะ เหมาะกับคอซีรีส์แนวนี้ อีกทั้งได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสองพี่น้องวินเชสเตอร์ อย่าง ดีน(คนพี่) และแซม(น้องชาย) ที่หน้าตาเปลี่ยนไปและพวกเขาดูล้ำขึ้น โตขึ้น การแสดงเข้าที่เข้าทางแถมมีตบมุกบ่อยในซีซันหลัง ๆ เพราะหนังฝรั่งหรือซีรีส์จะเริ่มมีมุกตลกแบบที่เราเริ่มเข้าใจและขำไปกับมุกเหล่านั้น จากที่ซีซันแรก ๆ ดิบเถื่อนของดีนเสียมากกว่า แต่พอซีซันหลัง ๆ ดีนมักปล่อยมุก แถมกินเก่งเห็นดีนกินเบอร์เกอร์ กินพายของโปรดหรือวาฟเฟิลก็อดจะสั่งมากินตามไม่ได้  จากที่ตามดูทีละซีซันเห็นชัดตรงมือถือแต่ละซีซันและเพิ่มมีอินเตอร์เน็ตเข้ามาด้วยความทันสมัยของยุคสมัยที่เปลี่ยนไปด้วย

แต่ในซีซันแรก ๆ ที่อินเตอร์เน็ตยังไม่มีก็ทำให้ไม่สงสัยทำไมสองพี่น้องเวลาไปสืบคดีจะแสดงตัวเป็น FBI โดยไปแต่ละเมืองชื่อไม่ซ้ำก็อินเตอร์เน็ตยังไม่มาทำให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบสองพี่น้องไม่ได้สักที  ทว่าทำให้ขำหนักตรงเทวทูตแคสเทียลพอปีกหักต้องติดอยู่บนโลกนานก็ทำตามสองพี่น้องขณะไปสืบคดีคนเดียวก็ควักบัตร FBI ปลอมมาโชว์แบบบัตรหัวคว่ำก็ทำขำได้ทุกครั้ง และชอบความซึนของแคสเทียลมันดูน่ารักน่าหลงกว่าสองพี่น้อง ทำให้พอเริ่มตอนใหม่ต้องคอยอ่านชื่อของ Misha Collins ในตอนนี้มีมาโผล่มั้ย คงเดาได้สินะว่าหลงขนาดไหน แต่มีอีกตัวละครที่ชอบอย่าง บ๊อบบี้ ซิงเกอร์(รับบทโดย จิม บีเวอร์ ) ชอบบุคลิกและความฉลาดของลุง อีกทั้งความอบอุ่นสไตล์ฝรั่งที่มอบให้พี่น้องวินเชสเตอร์เสมือนพ่อคนที่สอง   ตอนที่คนเขียนบทจัดบ๊อบบี้ตายหรือแคสเทียลติดในแดนชำระบาป แต่คนเขียนบทก็เก่งที่พาพวกเขากลับมาเสริมทีมปราบปีศาจให้แข็งแกร่งแบบเนียน ๆ ได้ (เพราะถ้าแคสเทียลไม่กลับมาเล่นก็เลิกดู)

แรก ๆ ถ้าคนติดซีรีส์จะเห็นความเปลี่ยนแปลงในเรื่องความคมชัดของภาพที่ซีซันแรก ๆ ภาพจะมืดจนแทบจะมองภารกิจปราบปีศาจไม่ชัดหรือสถานที่ที่ไปปราบดูแทบจะไม่ค่อยออกมันเหมือนกันไปหมดทุกที่ แต่จะเห็นชื่อเมืองชัดเจนทำให้รู้ว่าอเมริกามีรัฐหลายรัฐจนจำแทบไม่ไหว ต่างจากประเทศไทยมีแค่ 77 จังหวัด ซึ่งพอเป็นซีซันหลัง ๆ ภาพจะคมชัดขึ้น เพิ่มนักล่าอังกฤษเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ล่าปีศาจที่ทันสมัยกว่าของสองพี่น้องวินเชสเตอร์ ที่ยังคงใช้อาวุธเดิมปราบปีศาจเทวดาร้าย ๆ อย่างภูมิใจ แม้ทุกครั้งจะเจ็บตัวจนสะบักสะบอมก็ตาม

ดูซีรีส์เรื่องนี้ได้เห็นวิวัฒนาการของภาพ อุปกรณ์สื่อสาร เช่น มือถือ แต่รถนี่ยังคงใช้คันเดิมตะลอนไปทุกรัฐมีปัญหาไม่ต้องพึ่งอู่ซ่อมดีนพระเอกของเราซ่อมได้ทุกครั้ง  นอกจากปีศาจที่มีแวมไพร์ หมาป่าที่เป็นตัวเด่นในการปราบแล้ว แม่มดก็มีมาเพิ่มสีสันความสนุก อีกทั้งบางทีมีการเอาชื่อนักร้องอย่าง บียอมเซ่มาใช้ในเรื่องแบบฮา ๆ หรือนักร้องร็อกยุค 90 มาร่วมแสดง ซึ่งคนนี้เคยไปร่วมในซีรีส์ CSI LAS VEGAS ด้วย

ไม่ใช่แค่ความสนุก ความสะใจในการปราบผี ปีศาจ แวมไพร์ หรือหมาป่า เทวดา ทว่าเนื้อหามีสอดแทรกแง่คิดของการร่วมทีม ความเชื่อใจ ความสามัคคี หรือแม้แต่มิตรภาพระหว่างสองพี่น้องดีนกับแซม แคสเทียลที่เป็นเทวทูตตกสวรรค์และคราวลี่ย์ราชานรก (รับบทโดย มาร์ก เชพพาร์ด ) ยิ่งตอนที่แคสเทียลต้องไปไหนมาไหนกับคราวนี่ย์ก็ปล่อยมุกขำสไตล์ฝรั่ง หรือในตอนที่คราวลี่ย์พลีชีพเพื่อฆ่าลูซิเฟอร์และช่วยสองพี่น้องวินเชสเตอร์ให้รอดกลับไปก็ทำคนดูซึ้งกับฉากนั้น  เพราะไม่ใช่แค่มนุษย์กับมนุษย์ที่เป็นเพื่อนกันได้ หากแต่มนุษย์ เทวดาที่มีจิตใจดีก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้เช่นกัน

ต้องชมคนเขียนบทที่หาข้อมูลเรื่องปีศาจ หาข้อมูลเรื่องแม่มด หาข้อมูลเรื่องปราบผี ปราบหมาป่า ปราบอัครทูตชั้นเลว แรก ๆ ที่ใช้บ่อยจนจำได้น้ำมนต์กับเกลือโรยปิดกรอบประตูหรือกรอบหน้าต่าง และโรยเป็นวงกลมแล้วเข้าไปอยู่ปีศาจจะเข้าไปไม่ได้ แต่มันก็ดันฉลาดใช้ลมช่วยพัดเกลือกระจาย เฮ้อ…  ซึ่งไม่ใช่แค่ดูเผลอคิดตามว่า จะไปเอาเกลือไปโรยกรอบประตูเผื่อว่าสิ่งไม่ดีจะได้เข้ามาในบ้านไม่ได้ หรือแม้แต่จะหาช่างมาทำประตูเสริมเหล็กกันขโมยพร้อมลูกบิดล็อก 3 ชั้น ดูแล้วก็อยากหาวิธีป้องกันบ้านตัวเองให้ปลอดภัยด้วย

จากไล่ตามดูจนถึงซีซัน 13 ตอน 23 คืนชีพลุงบ๊อบบี้ ซิงเกอร์แสนฉลาดมาร่วมต่อกรกับอัครเทพไมเคิล และลูซิเฟอร์ได้อย่างเนียนผสมเอฟเฟกต์ที่พัฒนาขึ้นตามสมัย แต่ที่ประทับใจคือซีซัน 14 ที่ทำให้ “จอห์น วินเชสเตอร์” (รับบทโดย เจฟฟรีย์ ดีน มอร์แกน (Jeffrey Dean Morgan) พ่อนักล่าปีศาจกลับมาพบภรรยาสุดที่รักและลูกทั้งสอง พวกเขาสี่คนได้ทานข้าวด้วยกัน หัวเราะกันก่อนส่งพ่อกลับโลกเดิมเพื่อไม่ให้โลกที่ดีนกับแซมอยู่ผิดเพี้ยน  นอกจากนี้ยังไม่ร่วมแจมกับสกูบี้-ดูทำออกมาเป็นการ์ตูนก็น่ารักดี

ถือเป็นซีรีส์ที่ยาวมากและหยุดดูไม่ได้ เพราะอยากเห็นการพัฒนาของตัวนักแสดงนำและสิ่งรอบตัวพวกเขาที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นชัด แน่นอน มือถือทันสมัยพร้อมอินเตอร์เน็ต ยิ่งพอดูมาถึงซีซัน 15 นึกว่าการไล่ฆ่าปีศาจ เทวทูตเลวจะแผ่ว คราวนี้คิดปราบพระเจ้ากันเลย ก็คงต้องดูว่าบทสรุปของ ดีน แซม แคสเทียล แจ็ค(แม่เป็นมนุษย์ พ่อคือลูซิเฟอร์) (รับบทโดย อเล็กซานเดอร์ คาลเวิร์ต)จะจบให้คิดหรืออย่างไร?

เล่ามาซะยาวก็ซีรีส์มันสนุกนี่ กลายเป็นครั้งแรกที่ดูซีรีส์ต่างประเทศแนวเหนือธรรมชาติที่ยาวที่สุดที่เคยดูมา แม้จะสร้างมานานทว่าดู ๆ ไปก็ไม่เฉยเท่าไหร่ เพราะคนเขียนบทก็ตามยุคสมัยทันเรื่อยมา ยิ่งฉากตัดคอปีศาจยังคงเดิมเพิ่มเติมความสยองเห็นเลือดสาด เห็นอวัยวะขาดโดยอาวุธเดิมที่สองพี่น้องใช้ตลอด ขณะกำลังไล่ฆ่าปีศาจพอมันโผล่มาก็ทำเอาสะดุ้ง บางทีเผลอร้องก็มี แม้แต่หรี่ตาดูก็เคยนะ 5555

ใครที่ชอบซีรีส์ไซไฟเหนือธรรมชาติ แนะนำเลย ตามดูได้ที่ Prime Video มีครอบ 15 ซีซัน พร้อมซับไทย(ไม่มีพากย์ไทย) แต่เฉพาะซีซัน 13 ที่ไม่มีซับไทย ค่าบริการ Prime Video ราคาเพียง 149 บาทต่อเดือนเท่านั้น และรับชมได้ 3 หน้าจอพร้อมกัน  นอกจากนี้รับชมได้ที่ HBO Max  (มีค่าบริการรายเดือน) และ Google Play ที่ซื้อแยกเป็นตอนหรือทั้งซีซันได้ทาง Google Play

เลือกเสพความสนุก เลือดสาดแบบ uncut “ไม่ได้ตัด” โดยสองพี่น้องวินเชสเตอร์ได้…