หยิบมาเล่า
วอนคนรุ่นใหม่เปิดใจรับหนังกลางแปลง เรียกใช้ปรับเข้าทุกเทรนงาน
“เตชธรรม เลิศลบ” ผู้ประกอบการหนังกลางแปลง ที่คนในวงการหนังกลางแปลงรู้จักในนาม เอนก มงคลฟิล์ม ต้องพยุงธุรกิจที่ตนรักและเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวจนทุกวันนี้โดยผ่านอุปสรรคมามากมาย อย่างวิกฤตน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ที่เคยขนครอบครัวขึ้นไปกินนอนบนรถ 6 ล้ออยู่หลายเดือน ทว่าในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีหลังวิกฤตน้ำท่วมที่ทำให้ธุรกิจล้างรถต้องจมไปกับน้ำจนหมดเนื้อหมดตัว แต่แล้วพ่อตาก็ยื่นมือช่วยเหลือด้วยการให้ทุนทำธุรกิจหนังกลางแปลงแบบมาตราฐาน ทำให้ฟื้นตัวและหายใจคล่องขึ้น ทว่าก็ต้องมาสะดุดเมื่อเกิดการเปลี่ยนถ่ายฟิล์มหนังไปสู่ระบบไฟล์ดิจิทัล นั่นจึงเป็นเหตุให้ เอนก มงคลฟิล์ม ต้องมาเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยเล่าถึงชีวิตที่ล้มลุกคลุกคลานมาอย่างหมดเปลือกว่า

“การที่ผมทำธุรกิจหนังกลางแปลงแรก ๆ ไม่บูมเลยครับ แย่เลย คือผมมาทำเป็นอาชีจริง ๆ จัง ๆ ตอนอายุน่าจะประมาณใกล้ ๆ 30 ซึ่งมันเป็นช่วงขาลงแล้วครับ ถ้าทำหนังกลางแปลงเป็นอาชีพคือไปไม่รอดแล้วครับ มันเป็นอาชีพที่ลงทุนเยอะนะครับ แต่ผลตอบแทนน้อย แล้วก็เป็นงานหนักเหนื่อย คนที่จะทำต้องใจรักจริง ๆ ซึ่งไม่เหมือนกับคนรุ่นก่อน ๆ ที่เขาทำมาระยะเวลา 30-40 ปีขึ้นไป ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ยุคหนังกลางแปลงเหมือนเป็นพระเอกเลยครับ ยุคที่หนังกลางแปลงได้รับความนิยมมาก มีรายได้เยอะมาก ตั้งแต่สมัยยังไม่มีวีดีโอครับ และเป็นความสุขเดียวที่เข้าถึงทุกคนคือหนังกลางแปลงครับ
ทั้งที่หนังกลางแปลงเป็นช่วงขาลงทำไมถึงอยากสานฝันต่อ คือ ก่อนหน้านี้ย้อนไปสักยี่สิบกว่าปี หลังจากที่บวชตามอายุให้คุณแม่แล้วพอสึกออกมาก็คิดอยู่ว่าเราจะทำงานอะไรดี เราจะทำมาหากินอะไร เพราะความรู้ก็มีไม่เยอะจบแค่มอ 3 เอง แต่อ่านออกเขียนได้ และผมไม่อยากทำงานลูกจ้าง อยากทำงานของตัวเองเลยเช่าที่ทำ car care ล้างรถตั้งแต่อายุ 20 ก็เรียนรู้มาเรื่อย ๆ พอใกล้ ๆ จะอายุ 30 ก็ทำหนังกลางแปลงขึ้นมาหน่วยหนึ่งเป็นหน่วยเล็ก ๆ เอาไว้ฉายตามงานของเพื่อนฝูงไปช่วยกันไม่ได้มีค่าจ้างอะไร แล้วมันก็มาโชคร้ายตอนปี 2554 ที่น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพ บ้านผมอยู่เขตติดต่อกรุงเทพฯกับศาลายาน่ะครับ อาชีพ car care ล้างรถที่ทำเป็นหลักเป็นฐานเจ๊ง น้ำท่วมเจ๊งเสียหายหมดเลย แต่ตอนนั้นผมก็มีหน่วยหนังเล็ก ๆ สร้างเป็นของตัวเองแล้วนะครับ ซึ่งโชคดีมีเพื่อนให้ผมยืมรถ 6 ล้อเก่า ๆ คันนึงแต่มันใช้งานได้ ตอนนี้เพื่อนเป็นกำนันแล้ว ชื่อ กำนันประสงค์ ตินพ หรือ กำนันยุ่ง ทว่าตอนนั้นเพื่อนยังไม่มีตำแหน่งอะไรแต่สนิทกันเลยมาช่วยเหลือผมตลอดรวมทั้งเพื่อนอีกหลาย ๆ คนครับ โดยช่วงนั้นผมมีลูก 4 คนถือว่าลำบากมากเพราะพ่อไม่มีอาชีพอะไร เพื่อนเลยให้ยืมรถ 6 ล้อคันใหญ่มีหลังคา ผมก็ขนอุปกรณ์หนังกลางแปลงขึ้นไปไว้บนรถทั้งหมดแล้วก็มีลูกเมียผม และก็ลูกน้องอีก 2 คนผัวเมียที่ใช้ชีวิตอยู่บนรถหลายเดือนครับ แล้วเพื่อน ๆ ผมคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้อยู่พื้นที่น้ำท่วมเขาก็จ้างงานผมให้เอาหนังกลางแปลงไปฉายเพื่อเป็นการช่วยเหลือผม ผมก็ใช้ชีวิตเป็นหนังเร่อยู่บนรถเลย แถมลูกก็ยังเล็กอยู่ด้วย ใช้ชีวิตอยู่บนรถและ ไปนอนตามวัด ผมไปนอนอยู่วัดบางสีคตเพราะเป็นวัดครูบาอาจารย์ที่ยังเคารพนับถือกันจนทุกวันนี้ แล้วงานมันไม่ได้มีทุกวันใช่มั้ยครับ ช่วงไหนไม่มีงานก็เอาของลงไว้ที่ศาลาวัดแล้วก็ขับรถลุยน้ำไปแจกของบริจาค ผมจะมีเพื่อนอีกกลุ่มเป็นกู้ภัยก็จะเอาของไปบริจาคตามบ้าน ตามโรงเรียน ซึ่งผมว่าส่วนหนึ่งเป็นผลบุญขณะที่เราลำบากเราก็ยังช่วยเหลือคนอื่น
หลังจากสถานการณ์ดีขึ้นน้ำลด ผมก็คุยกับแฟนว่าเราจะทำอะไรกันดี เผอิญผมอาจจะโชคดีหน่อย ทางบ้านพ่อตาเขาสนับสนุน พ่อตาถามว่าอยากจะทำอะไรเขาจะลงทุนให้ ผมก็เลยตัดสินใจว่า ผมอยากจะทำหนังกลางแปลงครับ ซึ่งไม่มีใครสนับสนุนเลย เพราะทุกคนมองว่า มันไม่มีงานหรอก ใครจะไปจ้างมึง ขออนุญาตพูดหยาบ ๆ (หัวเราะ) เขาดูซีดีกันหมดแล้ว แต่ผมก็ยืนยันมันเป็นอาชีพเดียวที่ผมทำได้และผมก็มีความสุขที่จะทำ พ่อตาเลยลงทุนให้ผมสองล้านกว่าบาทครับ เลยเอาเงินไปซื้อเครื่องเสียง ทำจอหนังกลางแปลง ในสายอาชีพนี้ถ้าเราทำหน่วยหนังก๊อก ๆ แก๊ก ๆ เราก็จะได้งานในราคา 2000 – 3000 บาท ตอนที่มีหน่วยเล็ก ๆ นั่นก็รับงานได้ 3000-4000 เท่านั้นเองครับ แต่พอพ่อตาลงทุนให้ก็เป็นหน่วยมาตราฐานแล้วเช่าฟิล์มหนัง เนื่องจากผมอยู่เขตกรุงเทพนครปฐม ในสายหนังเขต 8 จังหวัด คนที่ถือสิทธิ์ฟิล์มหนังคือ พระนครฟิล์มหรือเขาเรียกบริษัท ธนารุ่งโรจน์ โดยเวลาหนังกลางแปลงจะฉายต้องเช่าฟิล์มเขาเท่านั้น เขาจะมีหนังใหม่ ๆ ให้เรามานำเสนอเจ้าภาพได้

ตอนที่พ่อตาลงทุนธุรกิจดีครับ ก็เริ่มมีงานนอกติดต่อเข้ามาเราน่าจะไปได้ แต่ก่อนหน้าผมก็หลงทางไปผิดที่ แทนที่เราจะโฟกัสเรื่องฉายหนังให้คนดูกลับไปหลงเรื่องเครื่องเสียง กลายเป็นว่าเวลาไปฉายหนังที่ไหนก็จ้องจะเปิดให้ดังให้มันสะใจเพราะเรามีความคิดผิด ๆ ว่าหนังกลางแปลงจะมีงานต้องเปิดดัง คือไม่ใช่มีชื่อเสียงโด่งดังนะครับ หมายถึงต้องเปิดเครื่องเสียงดัง แต่เส้นทางที่ผมไปผิดสิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมาคนรู้จักหน่วยผมมากขึ้น ๆ เลย ทว่าในขณะเดียวกันรายรับแทนที่ลงทุนจะมีรายรับมาเลี้ยงครอบครัวกลับกลายเป็นติดลบ อย่างของที่พ่อตาลงทุนให้แทนที่เราจะรักษาแล้วเอามาต่อยอดมีรายได้กลับกลายขายเพื่อเปลี่ยนเครื่องเสียงเพราะมันไม่แรงไม่ดัง จนผมถามตัวเองว่าผมทำหนังเพราะรักหนังหรือทำเพราะหลงเครื่องเสียง เป็นช่วงท้อเลยครับ ถามตัวเองเราจะทำไปเพื่ออะไรรับงานและเงินไม่พอจ่ายกลายเป็นหนี้เครื่องเสียงชุดใหม่ แล้วเมื่อไหร่เราจะฟื้นตัว ก็ได้แรงบันดาลใจจากแฟนผมแหละ เขาถามผม…พ่อต้องตัดสินใจนะว่าพ่อจะทำหนังเพราะอะไร พ่อรักหนังหรือรักเครื่องเสียง เราจะเป็นอยู่อย่างนี้ไม่ได้ ก็เลยเปลี่ยนจากหนังกลางแปลงที่เปิดเสียงดัง ๆ ให้ชาวบ้านด่ามาทำเป็นฉายหนังจอใหญ่ แต่ก่อนฉายจอ 6-7 เมตรแค่นั้นเพราะจะลงเครื่องเสียงเยอะ ๆ ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาเป็นฉายจอ 10-12 เมตร จากที่เคยเปิดเสียงดัง ๆ ก็เอาพอประมาณให้คนฟังและอยากให้คนดูหนัง เนี่ยคือจุดเปลี่ยนของผมเลยครับ พอผมมาทำตรงนี้ก็ได้กลุ่มลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งมาแทนกลุ่มที่จ้างเราเพราะเปิดเครื่องเสียง กลุ่มนี้จะเป็นคนดูหนังจริง ๆ เขาจ้างงานเราไปประดับเกียรติไปสมโภชงานเพราะจอหนังใหญ่
ทีนี้พอมันกำลังจะไปได้ดีไปได้สวยมามีปัญหาอีกครับ เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายจากระบบฟิล์มมาเป็นระบบไฟล์ดิจิทัล ตอนนั้นเป็นปัญหามากเลย งานเราก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง อยู่ ๆ กลายเป็นว่าระบบฟิล์มไม่มีแล้วเรื่องสุดท้ายที่เขาพิมพ์ฟิล์มเรื่อง “รวมพลคนลูกทุ่งเงินล้าน” เป็นหนังฟิล์มเรื่องสุดท้ายที่บริษัท เอ็ม พิคเจอร์สทำฟิล์ม ตอนนั้นผมเคว้งเลย กูจะไปยังไงวะเนี่ย แล้วพอไม่มีฟิล์มเครื่องฉายฟิล์มที่เรามีก็มาฉายแบบไฟล์ไม่ได้ กลายเป็นต้องมาลงทุนใหม่เป็นเครื่องโปรเจคเตอร์ ตอนนั้นยังไม่มีใครมีความรู้ด้านนี้เลยนะครับ อย่าว่า Blu-Ray ตอนนั้นแพงมากมันเข้าไม่ถึงกัน ทำให้บางหน่วยนี่เลิกเลยเพราะเขารับไม่ได้ บางหน่วยก็ฉายหนังฟิล์มเท่าที่มี แต่ผมมองต่างออกไป ผมมองว่ามันเป็นอาชีพของผมแล้ว ผมไม่ได้ทำเพราะรักสนุกอย่างเดียว มันเป็นอาชีพที่ผมต้องเลี้ยงครอบครัวให้รอด ผมก็พยายามเสาะแสวงหาเราจะทำยังไง เผอิญผมอาจจะโชคดีเพราะเพื่อนผมทำงานอยู่ เอสเอฟ ซีเนม่า เขาทำงานเป็นหัวหน้าห้องฉายหนังของโรงหนังเอสเอฟ เขาจะมีความรู้เกี่ยวกับฉายหนังกลางแปลงจากช่วงฟิล์มมาเป็นไฟล์เขาจะคอยให้ข้อมูลกับผมมาตลอดและพอมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์เ ขาเลยแนะนำให้รู้จักกับเจ้าของหนัง และนั่นเป็นครั้งแรกที่เรามีโอกาสซื้อหนังกับเจ้าของโดยตรงในระบบไฟล์และเราจะมีสิทธิ์ฉายเมื่อไหร่ก็ได้เพราะเป็นหนังของเรา หนังเรื่องแรกที่ผมซื้อถ้าผมจำไม่ผิดเรื่อง “สยามยุทธ” เป็นผลงานของครูธนาวุทธ เกศโหล แล้วตั้งแต่นั้นมาเราก็พยายามที่จะติดต่อหาหนัง ซึ่งมันยากลำบากมาก เพราะเราเป็นแค่หน่วยหนังกลางแปลงธรรมดา ซึ่งในระบบอุตสาหกรรมภาพยนตร์เขาไม่รู้จักเลย เขารู้ว่ามีหนังกลางแปลงแต่เขาไม่เคยรู้ว่าหนังกลางแปลงยังมีอยู่เหรอไม่มีใครรู้เลย ทีเนี่ยทำให้ผมได้มีโอกาสติดต่อกับทางบริษัท เอ็ม พิคเจอร์สตอนนั้นยังใช้เอ็ม พิคเจอร์สอยู่ เขาเมลมาที่เพื่อนผมเพื่อนเลยชวนผมไปคุยกับบริษัทเอ็ม พิคเจอร์ส ที่อยู่เมเจอร์ รัชโยธินชั้น 13 ตอนนั้นถึงได้รวมตัวกันทำลิขสิทธิ์หนังกลางแปลงจริง ๆ จัง ๆ ครับ ที่เราติดต่อกับบริษัทเพื่อเอามาฉายเพราะเราก็อยากมีหนังที่ฉายถูกต้องตามกฎหมาย แรก ๆ ในกลุ่มผมมีแค่ประมาณ 10 กว่าจอ จนทุกวันนี้ผมทำในเรื่องลิขสิทธิ์หนังกลางแปลงมา 9 ปีเต็ม ๆ ตอนนี้มีสมาชิกอยู่ 400 กว่าจอเฉพาะในเขตที่ผมดูแลนะครับ แล้วถ้ารวมไปจนถึงทั่วประเทศจะมีเอเย่นต์ที่เขาซื้อหนังจากผมต่อไปก็จะมีเป็นหลักพันหน่วยครับ
ถามว่าหนังกลางแปลงช่วงนี้เป็นยังไง ผมให้คำนิยามว่า “มันทรง กับทรุด” ไม่มีดีขึ้นไปกว่านี้แล้วครับ และปัจจุบันนี้ให้คำนิยาม “ทรุด” ครับ เพราะว่าผมดูอยู่สองปัจจัย โดยดูจากตัวเองเป็นหลัก ผมเนี่ยเป็นหน่วยหนังกลางแปลงที่มีงานมากที่สุดหน่วยหนึ่ง ถ้างานเราน้อย คนอื่นที่เป็นลูกค้าเราไม่ต้องตื่นเลย คือถ้างานเราเยอะแสดงว่าทุกอย่างยังดีอยู่ครับ อันนี้คือนิยามข้อแรก และนิยามข้อที่ 2 เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมซื้อหนังมาแล้วมันขายไม่ได้มันจะเป็นตัวบ่งบอก ขายไม่ได้ในที่นี้ผมมีสมาชิกที่ผมดูแลเองในเขตภาคกลาง 400 กว่าจอ ถ้าผมซื้อหนังมาเรื่องหนึ่งแล้วมันขายไม่ได้เลยสัก 100 จอแค่นี้เราก็รู้แล้วว่ามันไปไม่ได้หรอก เพราะเราต้องใช้เงินหมุนมาก สำหรับผมนะเยอะมาก
มันทรุดจะพยุงมันไหวไหม? ผมไม่ได้มองไปเพียงแค่ว่าผมทำแล้วอยู่ได้ไม่ได้ มีกำไรหรือขาดทุนเพียงอย่างเดียวนะครับ ผมในนามบริษัท เอนก มงคล จำกัด ถ้าบริษัทผมเลิกไปหรืออยู่ไม่ได้เนี่ย เพื่อนร่วมอาชีพหนังกลางแปลงก็น่าจะกระทบกระเทือนพอสมควรเลย เพราะว่าทุกวันนี้มันเหมือนกับว่า ที่ยังมีหน่วยหนังกลางแปลงรุ่นใหม่เกิดขึ้นมา ที่เขายังเป็นหน่วยที่ดีที่ยังฉายหนังที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องเพราะเขาได้ใช้หนังจากผม ถ้าเกิดผมไม่ได้ทำตรงนี้แล้วเขาจะไปหาหนังจากไหน มันก็จะกลับเข้าวังวนเดิม ๆ ก่อนหน้าที่ผมจะมาทำลิขสิทธิ์ก็คือ การละเมิด เถื่อน โหลด มาฉายมัวไปหมด ตั้งแต่ผมเริ่มมาทำลิขสิทธิ์หนังผมก็มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรมดี ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมการจัดมหกรรมหนัง จัดหารายได้ทอดผ้าป่า ช่วยเหลือเด็ก พวกผมทำมาตลอด แล้วก็มีการจัดกิจกรรมจิบกาแฟแชร์ประสบการณ์ เป็นกิจกรรมที่เราจัดขึ้นเพื่อผู้ประกอบการหนังกลางแปลง ให้ความรู้ในเรื่องลิขสิทธิ์ต่าง ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องฉายที่มันเกี่ยวกับสายอาชีพตรงนี้ ซึ่งตั้งแต่เขาทำหนังกันมา 40-50 ปีก็ไม่มีใครทำตรงนี้ แต่เราใช้บริหารจัดการเหมือนทุกคนเป็นพี่เป็นน้องกัน รวมกลุ่มกันพบปะพูดคุยสังสรรค์ ผมก็ทำมาตลอดจนถึงครั้งที่ 7-8 แล้ว
ส่วนใหญ่ที่จ้างหนังกลางแปลงไปฉายจะเป็นลูกค้าหลักผมเลยครับ เป็นวัดล้วน ๆ เช่น แก้บนตามวัด งานศาลเจ้า และมีระบุหนังด้วยซึ่งถ้าเป็นหนังที่เราซื้อลิขสิทธิ์มาเราก็นำเสนอได้เลยครับ หลักใหญ่ที่ผมซื้อสิทธิ์มาจะเป็นหนังไทยกับหนังจีน นอกจากขายลิขสิทธิ์ให้เพื่อนสมาชิกแล้วผมก็มีวิ่งฉายหนังกลางแปลงเองด้วยเพราะเป็นอาชีพหลักครับ ที่ไกลพัทลุงก็ไปมานะครับ แล้ววันที่ 25-26 กรกฎาคมนี้จะไปเชียงราย คือตอนนี้ต้องจับกระแสงานอีเวนต์ด้วยครับ เพราะลำพังจะรองานจ้างเจ้าภาพอย่างเดียวน่าจะยากหน่อย งานอีเวนต์ก็ยังเป็นฉายหนังเพียงแต่ว่ารูปแบบการติดตั้งอุปกรณ์มันต้องเป็นไปตามที่เขากำหนด จะไม่ได้เหมือนเรารับงานฉายกลางแปลงงานประเพณีที่เป็นสไตล์เราครับ
ผมอยากฝาก 2 เรื่องครับ เรื่องแรกคือ อยากจะให้คนรุ่นใหม่ ๆ ได้เปิดใจลองดูมหรสพตรงนี้ คำว่าหนังกลางแปลงมันใช่ล้าสมัย มันไม่ใช่โบราณนะครับ จริง ๆ แล้วมันก็ยังให้ความสุขเราได้ ปรับเปลี่ยนรูปแบบกันหน่อยมันก็ยังฉายในงานที่ทันสมัยได้ อย่างหลัง ๆ มาก็มีงานไปฉายตามมหาวิทยาลัย ตามบริษัทห้างร้านต่าง ๆ ก็เยอะขึ้น ก็อยากให้คนรุ่นใหม่ ๆ เปิดใจดูว่าหนังกลางแปลงมันปรับเปลี่ยนให้เข้ากับรูปแบบงานได้ดีขึ้นกว่าสมัยก่อนเยอะเลย ก็อยากจะฝากตรงนี้ แล้วก็ฝากถึงทุกคนมีงานก็ช่วยสนับสนุนหนังกลางแปลงที่ท่านชื่นชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นจอผมหรอกครับ จอไหนได้ในเขตใกล้ ๆ ที่ท่านอยู่อาศัย ทั่วประเทศมีหนังกลางแปลงเป็นพันหน่วย หรือจะติดต่อที่ผมโดยตรงก็ได้ที่ 080-423-0007 ที่ว่าติดต่อผมไม่ใช่ผมจะไปฉายเอง แต่ผมมีเครือข่ายอยู่ทั่วเลยจะประสานเขาว่ามีงานตรงนี้ ๆ แล้วก็คัดหน่วยที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงและมีคุณภาพตามที่เจ้าภาพต้องการไปรับงานตรงนั้นได้เลยครับ ก็ขอฝากไว้ด้วยครับ”


