พรีเมียร์ลีกปลุกแฟนบอลต้านสตรีมเถื่อน ผ่าน “Boot Out Piracy”
พรีเมียร์ลีก เดินหน้าแคมเปญ Boot Out Piracy ครั้งใหม่ในประเทศไทย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในหมู่แฟนบอลถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่ร้ายแรงจากบริการสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย แคมเปญดังกล่าวเปิดตัวโดยความร่วมมือกับ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS พันธมิตรผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดในประเทศไทย พร้อมด้วยนักเตะพรีเมียร์ลีกชั้นนำ ได้แก่ เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (Virgil van Dijk) กัปตันทีมลิเวอร์พูล, ไบรอัน เอ็มเบอโม่ (Bryan Mbuemo) กองหน้าของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เอเบเรชี่ เอเซ่ (Eberechi Eze) นักเตะของอาร์เซนอล ร่วมถ่ายทอดเรื่องราวผ่านวิดีโอถึงอันตรายที่เกิดขึ้นจริงจากการรับชมสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลโกงแบบฟิชชิงและ มัลแวร์ ไปจนถึงการโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคลและการฉ้อโกงทางการเงิน


แม้ว่าการละเมิดลิขสิทธิ์มักถูกมองว่าเป็นเพียงปัญหาด้านลิขสิทธิ์ แต่งานวิจัยอิสระฉบับใหม่ที่จัดทำโดยศาสตราจารย์ Paul Watters ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงร้ายแรงที่ผู้บริโภคอาจต้องเผชิญจากการใช้บริการสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย โดยผลการศึกษาพบว่า
- เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์มีความเสี่ยงสูงกว่าเว็บไซต์ทั่วไปโดยเฉลี่ยถึง 17.3 เท่า
- 66% ของเว็บไซต์ที่ได้รับการประเมิน ถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงทางไซเบอร์ระดับสูงหรือระดับวิกฤต
- เว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์มากกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 54% ถูกตรวจพบว่ามีกิจกรรมที่น่าสงสัย ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหลอกลวง ฟิชชิง หรือพฤติกรรมที่เป็นอันตราย
- เกือบครึ่งหนึ่งของเว็บไซต์ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ 44% ทำให้ผู้ใช้งานต้องเผชิญกับโฆษณาที่เป็นอันตรายและช่องทางที่นำไปสู่การหลอกลวง ซึ่งเปิดโอกาสให้อาชญากรไซเบอร์มุ่งเป้าโจมตีผู้บริโภค
ผลการวิจัยดังกล่าวตอกย้ำว่า บริการสตรีมมิ่งผิดกฎหมายมักดำเนินการโดยเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ และการใช้บริการละเมิดลิขสิทธิ์อาจทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับอันตรายร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกง การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล การถูกเข้าถึงหรือยึดบัญชีผู้ใช้งาน และการติดมัลแวร์
Stefan Sergot หัวหน้าฝ่ายกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของพรีเมียร์ลีก กล่าวว่า “การรับชมสตรีมมิ่งผิดกฎหมายอาจดูเหมือนเป็นช่องทางรับชมฟุตบอลที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่มีอันตราย แต่มีงานวิจัยมากขึ้นเรื่อย ๆ ที่แสดงให้เห็นว่า บริการละเมิดลิขสิทธิ์เหล่านี้ทำให้ผู้ใช้งานต้องเผชิญกับอันตรายหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการฉ้อโกง การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล มัลแวร์ และภัยคุกคามออนไลน์ในรูปแบบอื่น ๆ แคมเปญ Boot Out Piracy มุ่งช่วยให้แฟนบอลเข้าใจถึงความเสี่ยงเหล่านี้ พร้อมส่งเสริมให้แฟนบอลรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอย่างปลอดภัย ด้วยคุณภาพที่ดีที่สุด ผ่านบริการที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์ เราจะยังคงเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เพื่อรับมือกับบริการสตรีมมิ่งผิดกฎหมาย ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้าใจให้แฟนบอลถึงเบื้องที่แฝงอยู่ภายใต้การสตรีมเถื่อนเหล่านี้”
ดร. โสรัชย์ อัศวะประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS กล่าวว่า “ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมีความหมายพิเศษสำหรับแฟนบอลชาวไทย ที่มารวมตัวกันทุกสัปดาห์เพื่อติดตามสโมสรและนักเตะที่ชื่นชอบ เราต้องการให้แฟนบอลทั่วประเทศไทยได้เพลิดเพลินกับประสบการณ์ดังกล่าวผ่านบริการที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และถูกต้องตามลิขสิทธิ์ การสตรีมมิ่งผิดกฎหมายไม่ได้เป็นเพียงประเด็นเรื่องสิทธิ์การถ่ายทอดสดเท่านั้น แต่เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และบริการที่ไม่ได้รับการตรวจสอบยังอาจทำให้ผู้ชมต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและภัยคุกคามออนไลน์ในรูปแบบอื่น ๆ ในฐานะผู้ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการในประเทศไทย JAS มุ่งมั่นทำงานอย่างใกล้ชิดกับพรีเมียร์ลีกและพันธมิตรของเรา เพื่อต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ ปกป้องผู้ชมชาวไทย และสร้างความมั่นใจว่าแฟนบอลจะสามารถสัมผัสความตื่นเต้นของฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผ่านแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและถูกต้องตามกฎหมาย”
แคมเปญ Boot Out Piracy จะเผยแพร่ผ่านช่องทางการถ่ายทอดสดและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในฮ่องกง อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม ตลอดช่วงหลายเดือนข้างหน้า โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด หน่วยงานภาครัฐ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ของพรีเมียร์ลีก และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่อต้านการละเมิดลิขสิทธิ์ของพรีเมียร์ลีกที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 20 ปี เพื่อให้แฟนบอลทั่วโลกสามารถรับชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกผ่านช่องทางที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์
#JAS #Monomax #PremierLeague #พรีเมียร์ลีก

