“ต๋อย–ไตรภพ” ผู้ไม่แพ้ เดินต่อ “Kitchen Toi” เปิดครัวออนไลน์

“ต๋อย–ไตรภพ” ผู้ไม่แพ้ เดินต่อ “Kitchen Toi” เปิดครัวออนไลน์

กลายเป็นข่าวใหญ่โตเมื่อ “บริษัท บอร์น ออพเปอเรชั่น จำกัด” ของพิธีกรรุ่นใหญ่ “อาต๋อย–ไตรภพ ลิมปพัทธ์” ประกาศยุติการดำเนินกิจการและเลิกจ้างพนักงานโดยจะสิ้นสุดวันที่ 31 พฤศจิกายน 2569  ซึ่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เจ้าตัวได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่าไม่ได้ละทิ้งแฟน ๆ หรือยอมแพ้ แต่เป็นการย้ายแพลตฟอร์มเพื่อความอยู่รอด

ถ้าพูดถึงพิธีกรระดับตำนานของประเทศไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว น้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ และมีประสบการณ์คร่ำหวอดในวงการบันเทิงกว่า 40 ปี ชื่อของ “ต๋อย ไตรภพ” ย่อมเป็นชื่อแรกที่คนไทยทุกรุ่นรู้จักดี จากทนายความหนุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจจะเข้าสู่วงการบันเทิงกลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลในอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทย แถมโด่งดังในรายการ “ฝันที่เป็นจริง” ที่ทำให้คนยากไร้ได้ต่อลมหายใจจากรถเข็นเพื่อนำไปทำมาค้าขาย จนพิธีกรและรายการถูกพูดถึงมากที่สุด ทว่าวันนี้พิธีกรชื่อดังได้ประกาศยุติทุกรายการที่ออกอากาศจากหลายปัจจัย ทั้งค่าโฆษณาที่ถูกลงจนไม่อาจแบกรับไว้ได้ โดย ต๋อย–ไตรภพ ลิมปพัทธ์ เผยถึงการเปลี่ยนวิธีก้าวเดินใหม่ในการทำรายการ

“เรื่องราวต่าง ๆ ที่มันกำลังเกิดขึ้นกับเราทุกวันเนี่ย มันมีความอ่อนอยู่  3 ความอ่อน ที่ประเทศนี้รับอยู่ เขาไม่ให้พูดครับ(หันไปมองทีมงาน) แต่ขอพูดครับ  ผมไม่ได้หนีตายจากโลกของทีวีแล้วมาออนไลน์ ข้อที่ 1  ไม่ใช่ผม ผมไม่ได้หนีตาย แต่ผมรู้ว่าผมควรทำอะไร เพราะคนยังอยู่ในอุตสาหกรรมทีวีเต็มไปหมด ถ้าผมพูดอย่างนั้นว่าผมหนีตายออกมา มันจะกระเทือนเขามาก ๆ ผมไม่พูดเช่นนั้นและไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมออกมาเพราะผมรู้ตัวผมดีว่าผมควรจะทำอะไร แต่ละคนแต่ละที่จะมีแบ็คกราวน์หลัง มีการสนับสนุน หรือมีความต้องการแตกต่างกันมาก ผมอาจจะถึงจุดอิ่มตัวของผม หรือจุดที่มองว่าผมต้องเป็นอย่างนี้  ข้อที่ 1 ผมออกมาเพราะเหตุผลนั้น

ข้อที่ 2 ที่คุณถามผมว่า ทีวีกำลังจะตาย?

“ผมถามว่าคำถามนี้เป็นคำถามซึ่งผมควรตอบหรือเจ้าของสถานี หรือ กสทช.(คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) หรือนายกรัฐมนตรี หรือคนที่ดูแลทั้งหมดควรจะเป็นคนตอบ เรามีสื่อ เขาไม่ให้พูดนะฮะ เขาไม่ให้พูดเลย แต่เรามีสื่อที่เราเป็นอยู่ทุกวันเนี่ย ที่เรียกว่าสื่อแบบไทย บางอย่างมันเป็นขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมแบบไทย บางอย่างมันเป็นขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมและความฝังรากที่ดี บางอย่างเราแตกต่างจากโลกมากมาย แต่เราเอาข้อกำหนดของโลกมากำหนดเราเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ๆ บางอย่างเราควรจะก้าวออกมาจากกรอบตั้งนานแล้ว แต่ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมต่าง ๆ ทำให้เราก้าวออกมาจากกรอบไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่ง บางอย่างซึ่งคนที่มีความรู้ที่สุดในวงการทีวี คนที่มีความรู้จริง ๆ อยู่กับมันจริง ๆ คร่ำหวอดกับมันจริง ๆ แล้วก็รู้เรื่องทั้งหมดจริง ๆ ควรจะได้ดูแลทีวีไหม? ควรจะกำหนดทิศทาง อนาคต หรือว่า หรือว่า ควรจะเป็นอย่างที่หลาย ๆ คนอยากให้เป็น เป็นเรื่องน่าสนใจอีกเรื่องนึง  บังเอิญผมไม่อยู่ในฐานะที่จะพูดอย่างนั้นได้หรือที่จะทำเช่นนั้น ผมจึงฝากเรื่องน่าสนใจเหล่านี้ควรเป็นข้อที่สังคมควรตระหนัก ความจริงเรื่องนี้มันเกิดก่อนนะฮะ แล้วผมก็ไปลั่นปากหลุดปากไป ไปพูดกับดุ๊ก-ภาณุเดช ในรายการที่ดุ๊กเขามาทำออนไลน์ แล้วผมก็หลุดปากพูดไปแล้วว่า เรื่องราวต่าง ๆ ที่มันกำลังเกิดขึ้นกับเราทุกวันเนี่ย มันมีความอ่อนอยู่ 3 ความอ่อน ที่ประเทศนี้รับอยู่ (หันไปมองทีมงาน) เขาไม่ให้พูดครับ แต่ขอพูดครับ

ความอ่อนสำคัญมาก ๆ เลย 1 สื่ออ่อนแอ  สื่อเข้มแข็งไม่พอ เสนอเรื่อง เสนอทิศทาง แนวทางการชักจูงอย่างอ่อนแอ มีหน้าที่นำเสนออย่างเดียว ขาดการชักจูงที่ถูกต้องไปสู่แนวทางให้ความสำเร็จร่วมกัน มีนะครับ ไม่ใช่มีสื่ออย่างนั้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด สำหรับผม ๆ เรียกมันว่าสื่ออ่อนแอ

อันที่ 2 รัฐ อ่อนแอ รัฐ ข้าราชการ ผมเรียกเป็นรัฐ อ่อนแอ อ่อนแอยังไงไปดูกันเอาเอง ว่ามันถูกต้องจริงไหม มันอ่อนแอไหม ผมไม่ได้ใช้คำว่าผิดถูกนะครับ เพราะว่ามันจะลงลึกมากไปกว่านั้นอีกเยอะแยะมากเลยแต่ผมใช้คำว่าอ่อนแอ อย่าเพิ่งโกรธผมนะครับ อย่าเพิ่งเอาไปตี ผมพูดด้วยความปรารถนาดีทั้งนั้น แล้วก็ไม่ได้คิดจะไปดำรงตำแหน่งอะไรนอกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเท่านั้นนะครับ(สื่อหัวเราะ)  พูดเล่นนะครับ เดี๋ยวก็ไปใหญ่หรอกครับ พูดเล่นไม่เกี่ยว

อันที่ 3 อันนี้น่าสนใจที่สุดเลยครับ  ประชาชนอ่อนแอ 3 อ่อนแอนี่อยู่กับเรามาตลอดครับ เราถึงพยายามที่จะทำส่วนที่เราทำได้ ส่วนของประชาชน เราพยายามสร้าง Wisdom (ปัญญา, สติปัญญา, หรือความรอบรู้) ให้กับประชาชน เราพยายามฮะ เราพยายามที่สุดเลยสร้าง Wisdom ให้กับประชาชน เลยสร้าง “ครัวคุณต๋อย” ขึ้นมานะครับ ผมไม่ได้ไปว่าใครนะ ไปโทษใครอะไรทั้งสิ้น อย่า…กรุณาอย่าไปตีความอย่างนั้นหรือไปทำให้เกิดความเสียหายอย่างนั้น ขอร้องเลยนะฮะ   คุณ(นักข่าว)ถามเองว่าเราทำส่วนเราให้ดีที่สุดที่เราไม่อ่อนแอ ให้เราเข้มแข็งขึ้น ให้เราแข็งแรงขึ้นเราก็ทำสิ ผมทำได้ตรงนี้ผมก็จะพยายาม

พี่เตา ท่านนายบรรยงแนะนำ แล้วผมไม่เคยนึกว่าผมจะทำ “คิดเช่นต๋อย” (KitchenToi)  (คือรายการทอล์กโชว์และพอดแคสต์ออนไลน์) ดำเนินรายการโดย ต๋อย-ไตรภพ ลิมปพัทธ์  ถ้าใครเห็นผมทำ KitchenToi ที่บ้าน ผมถ่ายที่บ้านผมเองเลย หลายคนบอกต้นไม้สวย ๆ ผมขอบคุณนะครับแต่ผมไม่แข่งกับดุ๊กนะ ผมไม่ทำต้นไม้ขายนะฮะ แต่ว่าพี่เตาบอกผมเองว่าคุณน่าจะมาทำแบบนี้ ผมบอกพี่เตาคนอายุเรา ผมหมายถึงผมกับพี่เตานะครับ เราส่งต่อความคิดเถอะ พี่เตาสำหรับผมนี่สุดยอดที่สุดในชีวิตของผมคนนึงที่ว่าผมนับถือนะครับ นับถือว่าในแนวคิด ความจริงอีกหลายท่านหรือ ดร.สุเมธ อีกเยอะเลยฮะที่ออกรายการผม ผมไม่เคยคิดเลยฮะว่าเชิญแล้วท่านจะมาให้ นั่นแหละครับที่เราพยายามอยู่ ผมพยายามอย่างยิ่ง ทุกคำพูดที่ออกจากปากผม อย่าง คิดเช่นต๋อย” (KitchenToi)  ไปดูได้เลยฮะผมเฟ้นแล้วเฟ้นอีก

อายุผมตอนนี้ที่น่าทำมากที่สุดคือ สร้างคนรุ่นใหม่ ให้แข็งแรงที่สุด ให้ดีที่สุด ให้มีความคิดและให้มี foundation (รากฐาน, พื้นฐาน)ที่ดีที่สุด  ผมกำลังทำ ผมกำลังทำมันอาจจะเรียกหนังสือหรืออะไรก็ช่างนะฮะ ผมกำลัง Foundation of Life ให้พวกคุณอยู่ว่าคุณจะทำยังไง คุณจะได้ตื่นเช้ามาไม่หงอยอีกต่อไป มีแรงที่จะสู้กับชีวิต มีแรงที่จะดำเนินต่อไปครับ”

ก่อนปิดท้าย ต๋อย-ไตรภพ ได้ขอขอบคุณทุกคนที่มาในงานวันนี้ ขอบคุณช่อง 3 อย่างยิ่ง และขอบคุณคุณประวิทย์ผู้มอบโอกาส ขอบคุณทุก ๆ คนที่ร่วมงานกัน ขอบคุณสื่อมวลชน และขอบคุณผู้ชมทุกคนที่ติดตามรายการมาตลอด และให้ข้อคิดดี ๆ ว่า

“แต่เชื่อผมเรายังอยู่ เราต้องอยู่นะครับ ทุกคนต้องอยู่ ๆ เพื่อทำสิ่งดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ คุณอย่ารีบแพ้ครับ คุณอย่าเพิ่งรีบแพ้ รีบเลิก ทำใหม่สิครับ ทำใหม่ให้มันดีกว่าเดิม ๆ คุณอยู่ได้แน่นอนครับ ในโลกที่แปรผันขนาดไหนก็ตาม ถ้าคุณคิดใหม่ แล้วคุณทำใหม่ คุณต้องสู้ต่อไป ขอบคุณมากครับ”