หยิบมาเล่า
จดจำ “ตู้ห่วงใย” คนไทยชื่นชม วอนรัฐช่วยเพิ่มตู้สู่ที่กันดาร
เพิ่งเห็นและรู้จัก “ตู้ห่วงใย” ได้เห็นการใช้งานที่มีคุณภาพดีจึงขอชื่นชม เพราะมีผู้ป่วยท่านหนึ่งกำลังพูดคุยกับคุณหมอเพื่อเล่าอาการป่วยก็ยืนดูอย่างสนใจ ทราบว่าตู้ห่วงใยเปิดให้บริการมาปีกว่า โดยตั้งอยู่ในสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) ซึ่งผู้โดยสารที่กำลังจะเดินทางจะเห็นตู้สีขาวแดงตั้งเด่นสะดุดตา ขณะนั้นหลังจากผู้ป่วยได้พูดคุยกับคุณหมอเรียบร้อยก็เข้าไปพูดคุยเพื่อสอบถามข้อมูลการใช้บริการตู้ห่วงใยนี้ ซึ่งผู้ป่วยเล่าว่ามาใช้ 2 ครั้งแล้วและก็ได้ยากลับไปทานโดยไม่เสียเงินสักบาทแถมชื่นชมว่าเป็นตู้ที่ดีมาก ๆ จากนั้นก็มีผู้ป่วยอีกท่านมาใช้บริการและทราบว่าน้องผู้หญิงมีอาการเจ็บคอหลังจากพบแพทย์แล้วก็ได้สั่งยาให้ผู้ป่วยทั้งสองท่านโดยจะมีเจ้าหน้าที่ประจำตู้ชื่อ “แพร ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสุขภาพ สิทธิบัตรทอง” เป็นคนไปรับยาที่ร้าน GPO องค์การเภสัชกรรม ซึ่งร้านตั้งอยู่ในสถานีนำมาให้ผู้ป่วยทั้งสองคน
แต่ก่อนจะใช้บริการตู้ห่วงใยไปทำความรู้จักขั้นตอนการใช้ก่อนจะพบแพทย์ โดยผู้มาใช้ตู้ห่วงใยต้องยื่นบัตรประชาชน เพื่อแสดงสิทธิบัตรทองให้กับเจ้าหน้าที่ประจำตู้ทุกครั้ง สำหรับตู้ห่วงใยเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 18.00 น. วันเสาร์ – อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ (วันหยุดราชการ) เปิดเวลา 9.00 – 16.00 น. ซึ่งการใช้บริการครอบคลุม 42 กลุ่มโรคและอาการ อาทิ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ มีไข้ มีผื่น ปวดท้อง เจ็บคอ มีเสมหะ ไอ ท้องเสีย เคืองตา ฯลฯ แล้วเมื่อจบจากพบแพทย์แล้วผู้ป่วยทุกคนจะได้รับยาตามอาการฟรี! โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลและให้บริการตู้ห่วงใยเป็นผู้ไปรับยามาให้ทุกครั้ง
ซึ่ง “แพร เจ้าหน้าที่หน่วยตรวจสุขภาพ สิทธิบัตรทอง” ได้เล่าถึงวิธีการใช้ตู้ห่วงใยและผลตอบรับอย่างละเอียดและเข้าใจง่ายว่า “ตู้นี้เรียกว่า “ตู้ห่วงใย” ตั้งมาประมาณสักปีกว่าค่ะ ตอนแรกตั้งอยู่ฝั่งโน้น แต่ย้ายมาตั้งใกล้บริเวณผู้โดยสารนั่งรอเรียกขึ้นรถไฟซึ่งพอมาตั้งตรงนี้คนเห็นมากกว่าค่ะ ผลตอบรับก็ดีค่ะ มีคุณหมอที่มาพูดคุยกับคนไข้ ถ้าเป็นวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.00 – 18.00 น. ส่วนเสาร์ – อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ หรือวันหยุดราชการ เวลา 9.00 – 16.00 ค่ะ โดยอาการที่มาก็แบบเจ็บไข้ได้ป่วยเล็กน้อยทั่วไป เป็นไข้ ปวดหัว ตัวร้อน ไอมีเสมหะ ปวดกล้ามเนื้อ ผื่น คัน ตาแดงค่ะ แต่ในส่วนยาโรคประจำตัวที่โรงพยาบาลจ่ายจะไม่มีให้ค่ะ ถ้าคุณหมอสรุปอาการแล้วก็จะรับยาที่องค์การเภสัชกรรมตรงประตู 5 แต่ถ้าเป็นตู้ที่อื่นภายในกรุงเทพเขาจะมีจัดส่งยาที่บ้านให้ด้วย
ตอนนี้ตู้ห่วงใยมีตั้งที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล รวม 11 ตู้ แล้วตามต่างจังหวัดส่วนมากจะอยู่ที่ชุมชน โรงพยาบาล พวกอนามัย การตอบรับดีเพราะมีหมอบริการตลอดค่ะ และถ้าอยากรู้ว่าตู้ห่วงใยตั้งอยู่แถวไหนก็สามารถสแกนไลน์ได้ ในส่วนบริการที่นี่(สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) จะมีเจ้าหน้าที่ 2 คนสลับกันมาดูแล แพรได้มาทำหน้าที่นี้รู้สึกดี บางทีเขามาหาหมอแล้วเราได้เดินไปรับยามาให้ก็รู้สึกดีค่ะ”

ด้าน นายชาติชาย สงวนพงษ์ ผู้มาใช้บริการตู้ห่วงใยได้เล่าถึงการใช้บริการถึง 2 ครั้งคือดีมาก ๆ ว่า “ผมมาใช้ตู้ห่วงใยเพื่อเล่าอาการกับคุณหมอฟังครับ ผมมาใช้ตู้นี้ครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งแรกที่มาใช้บริการผมเป็นไข้แล้วก็มีอาการหนาว พอเล่าอาการให้คุณหมอฟังท่านก็จ่ายยาแก้ไขให้ ผมกินยาวันนี้พรุ่งนี้ไข้ก็หายเป็นปกติครับ และครั้งนี้มาใช้บริการครั้งที่ 2 ก่อนจะพบคุณหมอ ผมก็ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ ต่อมาก็วัดความดัน ช่างน้ำหนัก เช็กการเต้นหัวใจ แล้วเมื่อได้คุยกับคุณหมอก็เล่าอาการให้ฟังครับ ซึ่งคุณหมอก็บอกว่าเราทำงานยกของหนัก ทำให้เกิดอาการปวดอักเสบที่บริเวณสะบักครับ คุณหมอก็สั่งยาให้โดยให้เจ้าหน้าที่แพรไปรับยามาให้เราก็นั่งรอตรงนี้ ซึ่งเราไม่ต้องเสียเงินนะครับ รับยาฟรีจากตู้ห่วงใยครับ จากที่มาใช้บริการตู้นี้ผมได้รับยาไปกินอาการผมก็หาย แล้วยาที่ได้ไปผมยังกินไม่หมดเลยครับ ถือว่าตู้ห่วงใยดีมาก ๆ ครับ และประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้อีกส่วน พูดตรง ๆ เราได้เล่าอาการให้หมอฟังแล้วก็ไม่ต้องไปเสียเงินที่ร้านยา ถ้าเราไปซื้อร้านยา ๆ คลายกล้ามเนื้อกับยานวดหลอดนึงรวม ๆ 100 กว่าบาทครับ
ผมรู้จักตู้ห่วงใยจากที่อ่านป้ายมีบอกไว้ แล้วพอมาใช้ก็มีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำตลอดทุกขั้นตอนครับ วันนี้ผมจะนั่งรถไฟกลับนครศรีธรรมราชแต่ตู้ห่วงใยแถวต่างจังหวัดยังไปไม่ถึงครับ ผมก็อยากจะฝากหน่วยงานสาธารณสุขนะครับ ช่วยกระจายตู้ห่วงใยไปทั่วทั้ง 77 จังหวัด ถ้าจะให้ดีสุดอยากให้นำตู้ห่วงใยไปตั้งที่ห่างไกลชนบทหรือทุรกันดาร ยิ่งช่วงนี้ฝนตกการเดินทางก็ลำบากครับ ถ้ามีตู้ห่วงใยชาวบ้านที่ป่วยไข้ได้คุยเล่าอาการกับคุณหมอและได้รับยามากินตามอาการ ซึ่งเป็นแบบนั้นชาวบ้านจะมีความสุขแน่นอนครับ”




จดจำ “ตู้ห่วงใย” ให้ดี มีอาการเจ็บป่วยเข้าไปคุยกับหมอ หนำซ้ำได้ยาฟรี! เพียงยื่นบัตรประชาชนเท่านั้น

