“กาสะลอง” ไหลตามกระแส ลุยเขียนนิยายวายเพื่ออยู่รอด
ถ้าเอ่ยถึงฉายา “เจ้าพ่อนิยายอีโรติก” น้อยนักอ่านจะไม่รู้จักเจ้าของนามปากกา “กาสะลอง” นักเขียนที่คร่ำหวอดในวงการมานานหลายปีมีนิยายกว่า 400 เรื่อง อีกทั้งเป็นนักเขียนที่ไหลตามกระแส แรก ๆ แจ้งเกิดแนวนิยายชายหญิงเนื้อหาก็แหวกแนวแล้ว เพราะมีอย่างที่ไหนตัวเอกดันโดนโจรปล้ำ ครั้นนิยายจีนมาแรงก็หันมาตวัดพู่กันเขียนจีนจนได้กลุ่มนักอ่านสายจีนเพิ่ม แต่ล่าสุดรุกตลาดนิยายวาย เพราะต้านความแรงไม่ไหว ด้วยวันนี้นิยายวายถูกนำไปทำซีรีส์ผลิตออกฉายแทบทุกช่องและทุกสตรีมมิ่ง ทำให้เจ้าพ่ออีโรติกต้องตามกระแสหันมาเขียนนิยายวายทำให้ติดอันดับเป็นที่นิยม จะขอพาไปทำความรู้จักและรู้เหตุผลของนักเขียนที่เรียกตัวเองว่า “ลุงแจ๊ค” จากก้าวแรกที่เขียนนิยายชายหญิง แต่วันนี้หันมาลุยเขียนนิยายวายอย่างต่อเนื่อง
“กาสะลอง” หรือ “ลุงแจ๊ค” เป็นนักเขียนนิยายแนวอีโรติก ที่ต้องใช้คำว่าลุงเพราะว่าเขียนนิยายมานานถึง 15 ปีกว่าครับ นิยายเรื่องแรกที่เขียนคือเรื่อง “พิศวาสไม่ปรารถนา” ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ธราธรครับ นามปากกามีหลากหลาย แนวอีโรติกใช้ “กาสะลอง” และ “อาลีจันโด” แนวจีนใช้นามว่า “เฉ่าฟ่าน” และแนววายใช้นามว่า “ข้าวหลาม” รวมนิยายที่เขียนมาจนถึงปัจจุบันเกือบ 400 เรื่องครับ ปัจจุบันผมเขียนนิยายอย่างเดียวเลี้ยงชีพด้วยรายได้จากนิยายมาตลอดครับ
จากที่บ้านเราเจอหลายวิกฤตทั้งโควิด โลกร้อน สงครามเขมรและสงครามโลก เหตุการณ์ดังกล่าวต้องยอมรับว่ามีผลต่อการเขียนนิยายของผมครับ จากการเสพข่าวสารในโลกโซเชียลที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ทำให้นักเขียนต้องรับอารมณ์ของโลกค่อนข้างแรงในหลายสถานการณ์ที่ส่งถึงกัน ทั้งข่าวสงคราม ภาพของความสูญเสียของผู้บริสุทธิ์มีผลต่อจิตใจมากครับ และตอนนี้ก็ส่งผลถึงปัญหาเศรษฐกิจตามมาอีก ยิ่งตอนนี้มีเรื่องปัญหาน้ำมันผมต้องขับรถตระเวนเติมน้ำมัน เพราะบางปั๊มปิดหลายวันเพราะเขาไม่รู้ว่าน้ำมันจะมาลงวันไหน หนำซ้ำแถวตลาดนัดพ่อค้าแม่ค้าหายไปหลายร้าน เพราะบางคนมาจากชะอำ บางคนมาจากเพชรบุรีมาขายของที่ปราณบุรีเขาบอกว่าตอนกลับไม่รู้ว่าจะมีน้ำมันเติมรถกลับบ้านไหม ถือว่าวิกฤตมากครับ หัวหิน ปราณบุรีทุกคนสู้ชีวิตมาก กลัวเศรษฐกิจพังคนไม่กล้าเดินทางแน่ ๆ ใกล้สงกรานต์แล้วน่าจะเงียบยิ่งตอนนี้ก็มีปัญหาน้ำมันแพงเพิ่มเข้ามาอีก มันทำให้บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเศร้าและหดหู่โดยไม่รู้ตัว อารมณ์ในการเขียนนิยายก็หายไปเช่นกัน ทุกวันนี้ได้แต่ภาวนาให้ปัญหาที่โลกกำลังเผชิญคลี่คลายโดยเร็วครับ
คำถามที่ว่านิยายยังเป็นอาหารสมองที่นักอ่านโปรดปราณอยู่ไหม ผมเชื่อว่านิยายยังเป็น “อาหารสมอง” เรื่องซื้อดองไว้ก่อนก็เป็นธรรมดาครับ เพราะว่านักอ่านหลายคนจะมีนักเขียนในดวงใจที่เฝ้าติดตาม เมื่อมีงานเขียนออกใหม่ก็ซื้อไว้ก่อน บางคนไม่ได้คิดแค่ว่าซื้อมาอ่าน เพราะมองว่าหนังสือเป็นเหมือนของสะสมด้วย และบางครั้งก็สะสมเยอะเกินจนลืมอ่าน อ่านไม่ทัน นำไปสู่คำว่าซื้อมาดองนั่นแหละครับ ส่วนคำว่า “ของมันต้องมี” อาจจะต่างไปจากแต่ก่อน เพราะช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี พฤติกรรมคนอ่านก็น่าจะเปลี่ยนครับ ไม่ใช่ว่าอ่านน้อยลงนะ แต่เขาเลือกอ่านมากขึ้นเพราะมีตัวเลือกเยอะมาก ทั้งนิยายออนไลน์ ซีรีส์ ละครแนวตั้งในโซเชียล ทุกอย่างแย่งเวลากันหมด นักอ่านเลยไม่ค่อยซื้อมาดองแบบเมื่อก่อนแล้ว ส่วนใหญ่จะอ่านทันที หรือทดลองอ่านก่อนถ้าชอบจริงก็ยอมจ่าย ซึ่งนักเขียนเองก็ต้องเข้าใจว่าทุกวันนี้นักอ่านไม่ได้อ่านน้อยลง แต่นักอ่านเลือกมากขึ้นเท่านั้นเองครับ
ในส่วนของนิยายวายผมเขียนมาสามสิบกว่าเรื่องแล้วครับ ติดตามอ่านได้ที่เว็บไซต์นิยายอีบุ๊กที่ MEB ครับ ความรู้สึกที่นิยายวายผมติดอันดับหนึ่ง ถ้านิยายเรื่องไหนติดอันดับ มีการตอบรับที่ดีก็ย่อมรู้สึกดีใจเป็นธรรมดาในฐานะนักเขียน แต่ถามว่ากดดันไหม? ก็มีบ้างนะครับ แต่หลาย ๆ เรื่องผมมักจะไม่คาดหวังว่าจะต้องติดอันดับ เพราะถือคติว่า “ไม่คาดหวังก็ไม่ผิดหวังครับ” ขายได้บ้างไม่ได้บ้างก็เป็นธรรมดา ที่สำคัญต้องไม่ท้อครับ เรื่องไหนขายไม่ได้เราก็แค่เขียนใหม่ครับ
นิยายวายผมใช้นามปากกา “ข้าวหลาม” ครับ ถ้าสืบค้นในเว็บไซต์ ในแอปฯ ต่าง ๆ ก็จะเจอครับ ผลงานล่าสุดเป็นการรวมเล่ม ใช้ชื่อว่า “เรื่องสั้นวายสุดแซ่บ” ครับ ส่วนนิยายชายหญิงเรื่องล่าสุดเป็นการรวมเซตเรื่องสั้นใช้ชื่อว่า “รวมเรื่องสั้นสุดแซ่บ” ของกาสะลองครับ ติดตามอ่านได้ที่เว็บนิยายอีบุ๊กที่ MEB และฝากติดตามผลงานของกาสะลองได้หลายช่องทางเลยครับ หลัก ๆ จะเป็นในแพลตฟอร์มนิยายออนไลน์ที่ลงผลงานเป็นประจำ ที่เว็บธัญวลัย MEB Raw Jinovel Maaread Fictionlog และอีกหลายแอปฯ ครับ แค่พิมพ์ชื่อนามปากกา “กาสะลอง” ก็จะเจอผลงานมากมาย ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ยังติดตามกันนะครับ

ที่ผมเขียนนิยายวาย ต้องยอมรับว่านิยายวายมาแรงช่วงนี้ ผมเขียนนิยายวายด้วย เหตุผลแรกคือ ขอตอบแบบไม่อ้อม เพื่อความอยู่รอดครับ ทุกวันนี้นักเขียนเยอะมาก นิยายก็เยอะมาก เราต้องปรับตัว ต้องเขียนตามกระแสตลาดด้วย และอีกเหตุผลที่เขียนนิยายวายก็คือ ต้องการท้าทายตัวเองในฐานะนักเขียนด้วยครับ ว่าเราเขียนงานได้หลากหลายแนว เราต้องกล้าก้าวออกมาจากกรอบเดิม ๆ ที่คุ้นเคย แล้วหลังจากได้มาเขียนนิยายวาย ทำให้รู้ว่าความรักไม่ได้จำกัดอยู่แค่หญิงกับชายเท่านั้น อันที่จริงมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน “รัก” มีได้หลายรูปแบบ แล้วนิยายวายเปิดพื้นที่ให้เราเล่าความสัมพันธ์ได้ละเอียดขึ้น โดยไม่ต้องยึดติดกับกรอบความคิดแบบเดิม ๆ ของบทบาทชายหญิงเท่านั้นครับ”



