ช็อกอัฐิ ”เหมยเยี่ยนฟาง” หายจากเจดีย์ไร้ร่องรอย!

ช็อกอัฐิ ”เหมยเยี่ยนฟาง” หายจากเจดีย์ไร้ร่องรอย!

ถือเป็นเรื่องน่าตกใจและสะเทือนใจวงการบันเทิงระดับตำนานกับเกิดเหตุไม่คาดคิด  เมื่อครอบครัวของ เหมยเยี่ยนฟาง (Anita Mui) ซูเปอร์สตาร์ผู้ล่วงลับ เธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 2003 (พ.ศ. 2546) ในวัย 40 ปี  ขณะยังมีชีวิตเหมยเยี่ยนฟาง (Anita Mui) หรือ อนิตา มุย ถือเป็นซูเปอร์สตาร์ชาวฮ่องกงระดับตำนานที่ได้รับสมญาว่า “ราชินีแห่งแคนโตป็อป”, “มาดอนน่าแห่งเอเชีย” และ “ธิดาแห่งฮ่องกง” มีผลงานโดดเด่นทั้งด้านงานเพลงและภาพยนตร์หลายเรื่อง ล่าสุดครอบครัวของซูเปอร์สตาร์ผู้ล่วงลับได้ออกแถลงการณ์ด่วน เพื่อขอความช่วยเหลือจากสาธารณชนในการแจ้งเบาะแสหลังพบว่า โกศอัฐิของนักแสดงดังกล่าวได้หายไปจากสถานที่เก็บรักษาอย่างเป็นปริศนา โดยการแถลงข่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่  10 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดปีที่ 63 ของเหมยเยี่ยนฟาง หลังจากครอบครัวได้เข้าแจ้งความกับตำรวจนานเกือบ 3 เดือนแต่คดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2026 โดยกลุ่มแฟนคลับที่เดินทางไปร่วมไว้อาลัย ณ เจดีย์ไห่ฮุ่ย (Haihui Tower / 海会塔) ตั้งอยู่ภายในวัดโปหลิน (Po Lin Monastery) บนเกาะลันเตา เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ซึ่งได้สังเกตเห็นความผิดปกติว่าน็อตยึดป้ายหลวมหลุดออกและโกศอัฐิที่อยู่ด้านในหายไปจึงรีบแจ้งกับครอบครัวและเข้าแจ้งความกับหน่วยปราบปรามอาชญากรรมรุนแรงประจำเขตลันเตาทันที

สำหรับสถานที่เก็บอัฐิของเหมยเยี่ยนฟางถูกปิดเป็นความลับขั้นสุดตามเจตนารมณ์ของมารดาของนักแสดงผู้ล่วงลับ เพื่อเป็นการปกป้องลูกสาวให้ได้พักผ่อนอย่างสงบ โดยใช้ชื่อเล่นในวัยเด็กว่า “จูหนวี่” (Zhu Nu) ลงทะเบียนป้ายวิญญาณ แต่ไม่มีรูปถ่าย ไม่มีวันเกิด วันเสียชีวิตเพื่อเลี่ยงการถูกรบกวน  ทว่าตลอด 3 เดือนการสืบสวนไม่มีความคืบหน้าครอบครัวจึงประสานผ่านแฟนคลับนานาชาติ ประกาศขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน วิงวอนให้ผู้ที่เคยไปบริเวณเจดีย์ไห่ฮุ่ย (Haihui Tower) ในวัดโปหลิน (Po Lin Monastery) ในช่วงต้นเดือนมกราคมถึง 18 กรกฎาคม 2026 แจ้งเบาะแส และช่วยตรวจสอบ เนื่องจากเหตุการณ์นั้นนับเป็นความเจ็บปวด เนื่องจากคุณแม่ถันเหม่ยจิน (Tam Mei-kam) เพิ่งเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ที่ผ่านมาในวัย 102 ปี ทำให้ครอบครัวต้องเผชิญภาวะเหนื่อยล้าอย่างหนัก ทั้งนี้แรงจูงใจในการก่อเหตุยังคงเป็นปริศนากับครอบครัว อีกทั้งยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อขู่กรรโชกทรัพย์หรือเรียกค่าไถ่แต่อย่างใด…