“เจมส์ จิรายุ” เคยดื่มหนักทุกคืน ภรรยาเรียกสติกลับมา
On the way with Chom เปิดเบื้องหลัง Six Pack สุดลีนของ “เจมส์ จิรายุ” ใครจะรู้ว่ามีร่างนี้ได้เพราะภรรยาช่วยดึงสติ! เล่าหมดเปลือกกับช่วงชีวิตที่พังที่สุด สังสรรค์ทุกคืนแทบไม่ได้นอนเป็นปี จนสุขภาพพัง ภูมิแพ้กำเริบ กลับมาได้เพราะกฎเหล็กจากภรรยา! วิ่งทุกวัน เล่นเวทประจำ แต่คอเลสเตอรอลสูงปรี้ด! อาจต้องกินยาตลอดชีวิต? พร้อมเปิดเคล็ดลับร่างทอง ต้องยอมรับก่อนว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆ แต่ให้เริ่มต้นจากเรื่องง่าย ๆ ที่ทำได้จริง สร้างโมเมนตัมให้ตัวเอง แล้วกำลังใจจะพาเราไปได้ไกลกว่าที่คิด

เรื่อง Hyrox เป็นไงบ้าง พอใจไหม ?
เจมส์จิ : หนังชีวิตครับ ไม่พอใจ เพราะว่าตอนแรกตอน Sim (Simulation) คิดว่าง่าย คือผมไม่ได้ซ้อมเอาจริง ๆ ตอนที่ไปคิวบิก ไปเทรน ผมก็ไปแต่ PT แล้วก็เห็นแบบว่า คุณภรรยากับเพื่อน ๆ เขาก็เล่นกัน แล้วผมเคยเล่นคลาสด้วยกันแค่ครั้งเดียวงั้นไม่เคยเล่นเลย แล้วก็เชื่อว่าตัวเองแข็งแรงมาก เพราะว่าวิ่งมา แล้วทุกคนก็จะอวยว่าถ้าเกิดคนวิ่งจะได้เปรียบ พูดอย่างงี้เสมอ เราก็รู้สึกว่าน่าจะได้เปรียบ
ก็ได้เปรียบจริง ๆ คนวิ่งยังไงก็ได้เปรียบ
เจมส์จิ : ก็จริง แต่ผมว่าครึ่งหนึ่งของการแข่งขันเลย ตอนแรกผมก็คิดว่าผมแข็งแรงใช่ไหม แล้วก็รู้สึกว่าวิ่งกันมาแล้ว เวทกันมาแล้ว ทุกคนก็อวยนักวิ่งมากว่าน่าจะไปได้ แล้วพอไปจริง ๆ แล้ว จะอ้วก คือผมเพิ่งรู้เลยว่า คือสกิลการทำฐานก็น้อย เพราะว่าเราไม่ได้เข้าและก็ไม่ได้ลองแบบฝึกจริงจัง ผมว่าเวทมันได้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มวลกล้ามเนื้อที่มันมากขึ้น แต่พอมาเล่นที่มันเกี่ยวกับ Functional การยก การย้าย มันก็แย่ พอไปลองจริง ๆ แล้ว เพิ่งรู้ว่าผมมีอาการนี้ด้วย ว่าตื่นเต้นมาก คือบรรยากาศมันเร้ามาก ตอนก่อนปล่อยตัว แล้วเขาก็จะมาบรีฟว่าอย่าไปวิ่งเลย วิ่งรอบเดียว ก็จะพูดกันเต็มไปหมดเลย แล้วก็เห็นแบบว่าคนถอดเสื้อกันแล้วก็แบบยืดกัน แล้วเวฟที่ผมอยู่ ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมผมถึงไปลงเวฟนั้น มันเป็นเวฟที่หาแรงมากเลย คือผมเปิดกันประมาณ 5 เลย ประมาณแบบเพจ 5 เลย แต่เป็น 2 คนที่ช้าที่สุดเขาไปกันหมดแล้ว ผมว่ามันส์ตรงที่ว่าเหมือนกับเหนื่อยจะขาดใจดี แบบว่าชีวิตเหมือนรู้สึกชีวิตมันสบายไป หรือว่าชีวิตมันออกกำลังกายเบาเกินไป อย่าง hyrox พอมันเป็นคู่ แต่ในส่วนตัวนะผมว่าคู่สนุก คือเดี่ยวก็จะถือว่าเป็นบุคคลที่ต้องแข็งแรงมาก และก็ต้อง challenge ตัวเองมาก พอมัน mix ผมว่ามันก็เป็นอะไรที่แบบเพลินดี หมายถึงว่าเหมือนกับเราวิ่งไปกับเพื่อนและก็เล่นไปกับเพื่อน เหนื่อยเราก็พักแต่ไม่มีโอกาสได้พักเลย
หุ่นตอนนี้แฮปปี้หรือว่าจะไปต่ออีก ?
เจมส์จิ : ไปอีกหน่อย โดยรวมอาจจะให้มันเต็มขึ้น แต่ตัวใหญ่ผมว่าน่าจะยากแล้ว เพราะว่าด้วยโครงสร้างกับ genetics ผมว่าถ้าเกิดว่าจะไปกว่านั้นก็คือต้องโหลดเยอะ ซึ่งน่าจะเหนื่อยเกินไปและก็อาจจะไม่ได้ชอบตัวเองขนาดนั้น ทั้งอาหารและก็เวทที่มันต้องแบบสัมพันธ์กันมาก ๆ คือผมใช้หลักว่าอะไรที่ง่าย ๆ เราทำไว้ก่อน พอเราเริ่มจากเลเวลง่าย ๆ มันก็ไม่ได้ยากมาก แต่ว่าพอเลเวลเรามันแบบสูงขึ้นเรื่อย ๆ มันก็มีความซับซ้อนของมันไปเรื่อย ๆ คือก็ต้องแบบกินให้มากขึ้นและกินต้องบาลานซ์กันกับการที่เราออก ซึ่งมันต้องคำนวณหลายอย่างมากเลย คือเป้าหมายผมอันแรกก่อนที่มันจะมาเป็นหุ่นดีกว่านี้ก่อน ก็คือการที่อยากจะลองว่ามันจะ maintain ได้ยังไง เพราะว่าครั้งแรกที่ผมทำจากที่ทั้งชีวิตไม่เคยเห็นซิกแพคเลยแล้วกันและก็รู้สึกว่าจะมีได้ยังไง และก็พอไปทำครั้งแรก แต่ตอนนั้นเป็นการทำที่แบบค่อนข้างเฆี่ยนเลย สมมุติว่าจำกัดเวลาสักประมาณ 2-3 เดือน และก็ฟิสิกส์จัด ๆ เลย อาหารคือถ้าไม่อยากคิดเองก็ไปสั่งเลยว่าต้องการแค่ 1,800 และก็คาร์ดิโอวันละ 500 ก็จบเลย เป็นสูตรสำเร็จเลยแบบว่าต้องการลีนเร็ว ๆ พอ 3 เดือนแล้วมันเห็นจริงข้อดีคือหุ่นดี ข้อเสียคือก็มีเอฟเฟคประมาณหนึ่ง ตาโหล หน้าตอบ คนก็จะทักว่าทำไมดูผอมไป แต่ว่าหุ่นดีจริงนะ ก็ส่งผลต่อสุขภาพประมาณหนึ่งไม่เฮลตี้เท่าไร
ออกกำลังกายตารางเป็นยังไงบ้าง ?
เจมส์จิ : พยายามทำให้ได้ทุกวัน มี home gym ก็คือตัดเรื่องระยะเวลาการเดินทางออก แต่ถ้าเกิดสมัยก่อนตอนที่อยู่คอนโดก็พยายามเล่นที่คอนโดเลย พยายามเอาอะไรก็ได้ที่แบบง่ายที่สุดและก็เร็วที่สุดเท่าที่เราจะไปได้ ใน 7 วัน จะแบ่งเป็นว่าวิ่งคือคาร์ดิโออย่างน้อย 2 วันขั้นต่ำ ก็ไม่ว่าจะออกไปวิ่งสวนหรือว่าวิ่งลู่วิ่ง ต้องให้ได้อย่างน้อย 2 วัน ถ้า 3 วันก็ 3-4 วันก็ถือว่าเก่ง และก็เวทนี่ ช่วงนี้ฮิตเวทครับ และช่วงนี้แบบศึกษาเวทเยอะ อ่านวิจัยแบบบ้าคลั่ง เรารู้สึกว่าอยากมาทดลองว่ามันได้ไหม ก็เลยเวทประมาณสัก 5 วันและก็ว่ายน้ำวันหนึ่ง คาร์ดิโอ 3 วันโดยประมาณ และก็เวทประมาณ 5 วัน แต่ว่าเวทมันก็ไม่ได้กินเวลาเยอะ ถ้าเกิดว่าเราแบบตั้งใจเล่นที่ไม่เล่นมือถือแล้วกัน ประมาณ 40-45 นาที ไม่เกิน ก็แป๊บเดียวพอเข้าไปแล้วตั้งใจเล่นและก็ออกมา
มีช่วงพังสุด ๆ ในชีวิตมีไหม ไม่ได้ใส่ใจสุขภาพ ?
เจมส์จิ : มี แต่ไม่ค่อยกล้าเล่า แต่ว่าเดี๋ยวเราเล่าในนี้ละกัน คืออย่างผมว่ามันเป็นช่วงตอนที่หลังจากเข้าวงการบันเทิง และก็น่าจะก่อนที่จะไปเริ่มแบบบ้าคลั่งในการวิ่ง ก็คือเราใช้วิธีการที่แบบว่านั่งสังสรรค์ นั่งดื่ม เพื่อให้มันลืม ความเครียดในงาน หมายถึงว่าพอเราเริ่มแบบมีชื่อเสียงไปสักพักหนึ่ง ตอนนั้นมันก็จะเป็นแบบคนอยากได้อันนั้น อยากได้อันนี้ รู้สึกว่าทำไมทุกคนอยากได้ไปหมดเลย จากเรา และก็ทำไมเราเหนื่อยจังเลย มันก็เป็นแบบ config ทั่วไป ที่ผมว่าทุกคนก็คงน่าจะเจอในมุมของตัวเอง ตอนนั้นผมก็ไปใช้วิธีการแบบก็นั่งสังสรรค์ แต่นั่งสังสรรค์เยอะไปหน่อย ถ่ายละครทุกวัน หลังจากถ่ายละครเสร็จนี่ก็คือสังสรรค์เลย และก่อนไปถ่ายละครก็คือไปอาบน้ำ ยาวเลย ไม่ค่อยได้นอนเลย แต่ว่าก็มานอนตอนมื้ออาหาร เอาตอนเขาพักเช้า พักเที่ยง มุดเข้าใต้โต๊ะและก็หลับยาวเลย ตอนนั้นผมก็เพิ่งมาสังเกตว่ามันมีอาการเดิม ๆ ของผม ที่เช่นแบบภูมิแพ้ สติอะไรนี่เราไม่ต้องพูดถึงแล้วนะ เพราะว่ามันแทบจะไม่มีอยู่แล้ว อาการป่วยก็ป่วยบ่อย ๆ น่าจะเดือนละครั้งได้เลย ที่แบบว่าตัวลุม ๆ แต่ตอนนี้ไม่ค่อยมี ไม่เคยได้คิดถึงเลย
แล้วอะไรดึงสติกลับมา ?
เจมส์จิ : ก็คุณภรรยาเช่นเดิม ถ้าไม่มีเขาชีวิตผมจะเป็นยังไง ผมรู้สึกว่ามันก็เป็นข้อดีนะ คือมันเป็นเรื่องที่แย่ที่สุดเลย หมายถึงว่าในช่วงชีวิตนั้น แต่ผมรู้สึกว่ามันก็มีข้อดีตรงที่ว่า ณ ปัจจุบัน เราก็มีภูมิต้านทานแบบเยอะมากประมาณหนึ่งกับเรื่องพวกนี้ และเราก็สามารถตัดใจกับเรื่องอะไรแบบนี้มันได้ง่ายมาก สมมุติว่าทุกวันนี้ถาม ๆ ว่ายังมีดื่มไหม ก็ยังดื่มแต่ว่ามันไม่ใช่ทุกวันแบบสมัยก่อนที่แบบว่าเราดื่มทุกวัน เราดื่มเอาแบบแค่รู้สึกว่ามันมีรสชาติของมัน และรู้สึกว่าเราอร่อยกับมัน และถ้าเกิดถึงจุดที่มันจะเริ่มแบบมึน ๆ ผมจะหยุด
คอเลสเตอรอลสูงใช่ไหม ?
เจมส์จิ : ใช่ครับ ผม 320 LDL แบบ 280 แล้วไปไกลเลย แต่ว่าไขมันดีก็ถือว่าสูง แต่ว่าบวกลบคูณหารออกมาก็ถือว่าเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องกินยา ผมมาตรวจสุขภาพครั้งแรกประมาณอายุ 25 ที่เป็นเบสิกตรวจสุขภาพประจำปี ซึ่งเราจะรู้ทุกค่าอยู่แล้ว และก็ดูเรคคอร์ดไปและผมก็ทิ้งมันไปตลอด และก็ตรวจทุกปีหลังจากนั้นมา และมันก็อยู่ในกรอบนั้นเสมอ แต่มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไปกินวีแกนเหมือนจะลง กินอยู่เดือนกว่าและก็เลิกกินนะ แต่ว่าช่วงนั้นเหมือนว่าจะดรอปมานิดหนึ่งสุดท้ายก็กลับขึ้นมาเหมือนเดิม เป็นกรรมพันธุ์ด้วย คุณพ่อผ่า bypass คุณแม่ก็สูง แต่มันมีเรื่องที่น่าสนใจคือ ที่ตัดสินใจกินยาเพราะว่าผมไปเล่นมาตาลดา และผมรับบทเป็นคุณหมอ CVT เป็นผ่าตัดหัวใจตอนนั้นคุณหมอเขาก็น่ารักมาก และเขาก็ขออนุญาตแบบถูกต้องทุกอย่าง เพื่อให้ผมเข้าไปดูเคสที่ผ่า bypass หัวใจ และผมก็ไปยืนดูในห้องผ่าตัด แล้วผมเห็นกระบวนการทุกอย่าง ผมบอกหมอว่าผมจะเริ่มกินยาตั้งแต่วันนี้แล้วครับ และหลังจากนั้นมาผมก็ยังไม่ได้กินเลย และผมก็ยังมาชั่งใจอยู่ว่าจะกินดีไหม คือถ้าเกิดว่าทุกคนได้ยินก็คือต้องกินยานี้ไปตลอดชีวิต ก็เลยพยายามไปหาข้อมูลเพิ่มเติมและก็เวทกับสิ่งที่เห็น แต่สิ่งที่เห็นค่อนข้างน่ากลัว เป็นจุดตัดสินใจให้เรารู้สึกว่าก็ควรนะ ซึ่งก่อนหน้านั้นก็เคยปรับพฤติกรรมแต่ว่าไม่ลง
เรื่องเล่าอย่างเปิดอกของ เจมส์ จิรายุ ยังไม่จบแค่นี้ สามารถติดตาม “On the way with Chom” ได้ที่ช่องทาง Podcast : Life Dot , Facebook: Life Dot , Youtube : Life Dot เวลา 18.00 น.

คลิกชมรายการย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=jwcZfDvF_2o

